- หมวดหมู่ : ราคามือถือ Apple - I Phone - I Pad
- ยี่ห้อสินค้า : APPLE
- รหัสสินค้า : I Phone 7 Plus 128 Jet Black
- SKU : I-PHONE7PLUS-128GB-JET-BLACK
Apple I Phone7 Plus (ไอโฟน7พลัส) 128GB|Ram3GB Mac Center 1 year
Apple iPhone 7 Plus ( แอปเปิ้ล iPhone 7 Plus ) Jet Black 5.5" 128GB เครื่องศูนย์ Mac
รวมข้อมูลสเปคไอโฟน7 พลัส ราคากลาง I Phone 7 Plus จอแสดงผลแบบ Retina HD Display LED-Backlit (IPS) ความละเอียด 1920x1080 Pixels (กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น ที่ระดับ IP67 และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) ในตัว
ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Apple A10 Fusion พร้อมหน่วยประมวลผล M10 motion coprocessor และระบบปฏิบัติการ iOS 10
หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 128 GB หรือ 256 GB และ RAM ขนาด 3 GB
ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat9, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth
กล้องดิจิทัลแบบ Dual Lens Camera (เลนส์ Wide-Angle และ Telephoto) ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels พร้อมระบบ 2x Optical Zoom และกล้องดิจิทัล FaceTime HD ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 7 ล้าน Pixels
ระบบสัญญาณ Tri Mode (4G LTE/3G WCDMA/2G GSM)
- 4G LTE Band 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 27, 28, 29, 30, 38, 39, 40, 41
- 3G WCDMA/HSDPA Penta Band (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz)
- 2G GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz)
- ฟังก์ชัน Voice over LTE (VoLTE)
- รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ nanoSIM
ขนาด 158.2x77.9x7.3 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 188 กรัม
ชนิดจอแสดงผลแบบ Retina HD Display LED-Backlit (IPS) ความละเอียด 1920x1080 Pixels (กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi)
- หน่วยประมวลผลกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit)
- ค่าความเปรียบต่าง (Contrast Ratio) 1300:1
- เทคโนโลยี Wide Color Display
- ค่าความสว่างสูงสุด 625 cd/m2
- เทคโนโลยี Dual-Domain Pixels เพื่อมุมมองที่กว้างขึ้น
- เทคโนโลยีการเคลือบกระจกแบบ Oleophobic Coating ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือบนหน้าจอ
- เทคโนโลยี 3D Touch
- ฟังก์ชัน Display Zoom และ Reachability
- ระบบสัมผัสแบบหลายจุด (Multi-Touch)
- ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3-Axis Gyro Sensor
- ระบบ Accelerometer Sensor สำหรับช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
- ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
- ระบบ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
ชนิดแบตเตอรี่ Li-Ion Polymer 2900 mAh
ระยะเวลารอรับสายสูงสุด ประมาณ 384 ชั่วโมง
ระยะเวลาสนทนาสูงสุด ประมาณ 21 ชั่วโมง (3G)
ระยะเวลาการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด ประมาณ 15 ชั่วโมง (WiFi) หรือ 13 ชั่วโมง (3G/4G LTE)
ระยะเวลาการฟังเพลงผ่านระบบไร้สายสูงสุด ประมาณ 60 ชั่วโมง
ระยะเวลาการดูวิดีโอผ่านระบบไร้สายสูงสุด ประมาณ 14 ชั่วโมง
ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Apple A10 Fusion
- มาพร้อมหน่วยประมวลผล M10 motion coprocessor
ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ iOS 10
หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB, 128 GB และ 256 GB
หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
รองรับการเก็บบันทึกข้อมูลแบบ Cloud Storage ด้วยบริการ iCloud
หน่วยความจำสมุดโทรศัพท์
บันทึกข้อมูลการโทร (โทรออก, รับสาย, ไม่รับสาย)
SMS (Short Messaging Service)
MMS (Multimedia Messaging Service)
- รองรับการใช้งานระบบ Push Email
- รองรับการใช้งานบริการระบบอีเมลของ Gmail
Instant Messaging
SNS (Social Network Service)
- รองรับการใช้งาน Facebook, Twitter
ระบบสะกดคำอัตโนมัติ
HTML Browser
WiFi (WLAN : Wireless LAN : 802.11 a/b/g/n/ac)
- เทคโนโลยี MIMO (Multi-Input Multi-Output) ที่มาพร้อมตัวรับสัญญาณ WiFi 2 ชิ้นภายในเครื่องเดียว ซึ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรับสัญญาณ WiFi ที่ดีขึ้น และมีความเร็วมากกว่าเดิม
- ฟังก์ชัน WiFi hotspot สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ WiFi
LTE Cat9 (ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 450 Mbps : ความเร็วในการอัพโหลดสูงสุด 50 Mbps)
HSDPA : HSUPA
EDGE
GPRS
NFC (Near Field Communication : การสื่อสารข้อมูลระยะใกล้ : อ่าน, เขียน, แชร์)
Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
- รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP)
Lighting Connector
- แถมฟรีอะแดปเตอร์ Lightning to 3.5 mm มาพร้อมชุดขายมาตรฐาน
- แถมฟรีสาย Lightning to USB มาพร้อมชุดขายมาตรฐาน
ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง)
- ฟังก์ชัน A-GPS ในตัว (Assisted Global Positioning System)
- รองรับการใช้งานกับระบบดาวเทียมของรัสเซีย (GLONASS : Global Navigation Satellite System)
- ระบบเข็มทิศดิจิทัล (Digital Compass)
- ค้นหาข้อมูลแผนที่ผ่านทางโปรแกรม Apple Maps
ค้นหาและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านทาง App Store
เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic Ringtones
- รองรับไฟล์เสียงเรียกเข้าแบบ MP3
- แสดงรูปภาพขณะมีสายเรียกเข้า (Photo Caller ID)
- ระบบสั่นในตัว
นาฬิกาบอกเวลา
นาฬิกาแสดงเวลาทั่วโลก
ตั้งปลุก
แอปพลิเคชัน Organizer
ปฏิทินพร้อมบันทึกนัดหมาย
เครื่องคิดเลข
แอปพลิเคชันเล่นไฟล์เพลง MP3, MP3 VBR, AAC, Protected AAC, HE-AAC, Audible, Apple Lossless, AIFF, WAV
แอปพลิเคชันเล่นไฟล์วิดีโอ MPEG4, H.264, Motion JPEG, MOV, M4V, AVI
- ฟังก์ชัน AirPlay Mirroring
ลำโพงเสียงแบบ Stereo Speaker ในตัว (ที่ด้านบน และด้านล่างของตัวเครื่อง)
เซ็นเซอร์ตรวจวัดความกดอากาศ (Barometer Sensor)
ไมโครโฟนแยกเฉพาะสำหรับการสนทนา พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก
ฟังก์ชัน Siri สำหรับการสั่งงาน หรือโต้ตอบด้วยเสียงพูด
บันทึกเสียง
Handsfree และ Speakerphone ในตัว
เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ All-Metal Unibody (กรอบตัวเครื่องอะลูมิเนียมถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน : 7000 Series Aluminum)
ตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่น ที่ระดับ IP67 (ภายใต้มาตรฐาน IEC 60529)
- ป้องกันน้ำได้ลึก 1 เมตร นานต่อเนื่อง 30 นาที
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID : Fingerprint Sensor) สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน พร้อมปุ่มโฮมแบบใหม่ และระบบ Taptic Engine
- รองรับการใช้งานร่วมกับบริการ Apple Pay
กล้องดิจิทัลแบบ Dual Lens Camera ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels
- เลนส์ Wide-Angle (f/1.8) และเลนส์ Telephoto (f/2.8)
- เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Backside-illuminated Sensor (BSI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด
- โครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กระจกแซฟไฟร์สำหรับปกป้องหน้าเลนส์
- ฟิลเตอร์แบบ Hybrid IR
- ซูมภาพด้วยเลนส์ได้ 2 ระดับ (2x Optical Zoom)
- ซูมภาพแบบดิจิทัลได้ 10 ระดับ (10x Digital Zoom)
- ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) พร้อมการทำงานแบบอัตโนมัติ
- ไฟแฟลชในตัว (Quad-LED True Tone)
- ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus) พร้อมเทคโนโลยี Focus Pixels
- ระบบเลือกจุดโฟกัสภาพด้วยการสัมผัส (Tap to Focus)
- ฟังก์ชัน Face Detection และ Body Detection ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการโฟกัสไปที่ใบหน้า และร่างกายของผู้ถูกถ่าย
- ระบบการบันทึกภาพแบบ Wide Color
- ระบบ Local Tone Mapping
- ระบบ Noise Reduction
- โหมดถ่ายภาพแบบ Live Photos พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหว
- โหมดถ่ายภาพแบบ Auto HDR (High Dynamic Range)
- โหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง (Panorama Mode : ความละเอียดสูงสุด 63 ล้านพิกเซล)
- โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง Burst Mode
- ตั้งค่าชดเชยแสง (Exposure Control)
- ตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้า (Timer Mode)
- ฟังก์ชัน Geotagging และ Video Geotagging รองรับการแนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกไปกับรูปถ่าย และวิดีโอ
- ถ่ายภาพวิดีโอ (4K UHD : 2160p : 3840x2160 Pixels : 30 fps)
- ถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels : 120 fps)
- ถ่ายภาพวิดีโอ (HD 720p : 1280x720 Pixels : 240 fps)
- ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) สำหรับการถ่ายภาพวิดีโอ
- ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง (Continuous Autofocus)
- โหมดถ่ายภาพวิดีโอแบบ Time-Lapse พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหว
- ถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ได้ในขณะถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K
- ซูมขณะเปิดเล่นวิดีโอ
กล้องดิจิทัล FaceTime HD ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 7 ล้าน Pixels
- เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Backside-illuminated Sensor (BSI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด
- ขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/2.2
- ฟังก์ชัน Retina Flash
- ฟังก์ชัน Face Detection และ Body Detection ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการตรวจจับใบหน้า และร่างกายของผู้ถูกถ่าย
- ระบบการบันทึกภาพแบบ Wide Color
- ระบบป้องกันการสั่นไหวแบบอัตโนมัติ (Auto Image Stabilization)
- โหมดถ่ายภาพแบบ Auto HDR (High Dynamic Range)
- โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง Burst Mode
- ตั้งค่าชดเชยแสง (Exposure Control)
- ตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้า (Timer Mode)
- ถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels)
- รองรับการใช้งานฟังก์ชัน FaceTime Video Calling (สนทนาพร้อมภาพวิดีโอ)
มี 5 สีมาตรฐานให้เลือก (Rose Gold, Gold, Silver, Black และ Jet Black)
- สี Jet Black มีจำหน่ายเฉพาะรุ่นความจุ 128GB และ 256GB

iPhone 7 Plus กล้องบนไอโฟนที่ดีที่สุด พร้อมฟีเจอร์เทียบชั้นกล้องโปร

iPhone 7 Plus ไอโฟนรุ่นท็อปได้รับการอัปเกรดฟีเจอร์การถ่ายภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขึ้น ด้วยกล้อง iSight แบบคู่ (Dual-Camera) ที่ใช้งานเลนส์รับภาพ 2 ชนิด ได้แก่ เลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle : รูรับแสงขนาด f/1.8) และเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 56 มิลลิเมตร สำหรับถ่ายภาพในระยะไกล (Telephoto : รูรับแสงขนาด f/2.8) พร้อมระบบการคำนวณค่าแสงตามสภาพจริง ที่จะช่วยให้ภาพมีสีสันที่สมจริงมากที่สุด ซึ่งรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K UHD พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS สำหรับการถ่ายวิดีโอ
นอกจากนี้ยังรองรับระบบการซูมภาพด้วยเลนส์ 2 เท่า (2X Optical Zoom) ซึ่งช่วยให้ซูมได้โดยไม่สูญเสียรายละเอียดเช่นเดียวกับกล้องดิจิทัลแท้ๆ และระบบการซูมภาพแบบ Digital Zoom ได้สูงสุดถึง 10 เท่า รวมถึงสามารถซูมภาพได้สูงสุด 6 เท่าขณะทำการบันทึกวิดีโอด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ iPhone 7 Plus ยังรองรับฟีเจอร์ DOF (Depth of Field) หรือความชัดลึกชัดตื้นของภาพ สำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ โดยถือเป็นฟีเจอร์สำคัญของกล้อง DSLR ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน


เจาะลึกกล้อง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus กล้องไอโฟนที่ดีที่สุด! นวัตกรรมกล้องเลนส์คู่ กับ Optical Zoom ช่วยให้การถ่ายภาพยอดเยี่ยมได้อย่างไร พร้อมตัวอย่างภาพถ่ายที่สวยเทียบชั้นกล้อง DSLR!

เรียกได้ว่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Apple ที่เพิ่งทำการเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ ได้รับความสนใจจากสื่อ และผู้ใช้ทั่วโลกอยู่ไม่น้อย ด้วยการปรับเปลี่ยนดีไซน์ปุ่มโฮมแบบใหม่ที่รวมเข้ากับหน้าจอ และใช้งานแบบสัมผัสได้ด้วย Taptic Engine พร้อมตัวเครื่องที่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 รวมถึงฟีเจอร์ที่ได้รับการอัปเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานชิปเซ็ต Apple A10 ที่เร็ว แรงกว่าเดิม, แบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ iPhone 7 Plus ก็คือกล้องดิจิทัล iSight แบบคู่ (Dual-Camera) นั่นเอง

iPhone 7 กับกล้อง iSight แบบใหม่


iPhone 7 ใช้งานกล้องดิจิทัล iSight ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลแบบใหม่ ด้วยโครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ พร้อมไฟแฟลชแบบ True-Tone จำนวน 4 ดวง (Quad-LED) ที่ให้ความสว่างมากขึ้นเป็นเท่าตัว และใช้งานเซ็นเซอร์รับภาพอัจฉริยะใหม่ล่าสุด ที่สามารถปรับรายละเอียดของภาพให้ดีขึ้น ทั้งสภาพแสง, ค่า White Balance, ISO รวมถึงค่าอื่นๆ ได้ในเวลาเพียง 0.25 วินาที เรียกได้ว่ามีความเร็วมากขึ้นถึง 50% เลยทีเดียว รวมถึงรองรับระบบการป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS (Optical Image Stabilization) และด้วยขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 จึงทำให้สามารถถ่ายภาพในที่สภาวะแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ iPhone 7 ยังรองรับการถ่ายภาพไฟล์ RAW และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K UHD พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS สำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยเช่นกัน
สำหรับในส่วนของกล้องดิจิทัล FaceTime HD ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง มีความละเอียดมากขึ้นเป็นระดับ 7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2 และฟังก์ชัน Retina Flash
Hardware

ทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกับชิปเซ็ต 64-bit Apple A10 Fusion แบบ Quad-Core Processor และ M10 Motion Coprocessor ซึ่งประมวลผลได้เร็วกว่าชิปเซ็ต Apple A9 บน iPhone 6S และ iPhone 6S Plus ถึง 40%, เร็วกว่าชิปเซ็ต Apple A8 ถึง 2 เท่า ส่วนชิปประมวลผลกราฟิก เป็นแบบ Six-Core Processor เร็วกว่าบน Apple A9 ถึง 50% นอกจากนี้ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ยังรองรับเครือข่าย LTE มากถึง 25 ความถี่ พร้อมเทคโนโลยี LTE Advanced สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า iPhone 6 ถึง 3 เท่า สูงสุดที่ 450 Mbps ในส่วนของชิปประมวลผลจึงมีประสิทธิภาพไม่ต่างกัน
ในด้านของระยะเวลาการใช้งาน ถึงแม้ภายในงานจะไม่ได้ระบุถึงขนาดความจุแบตเตอรี่บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แต่ก็มีการเผยรายละเอียดว่า แบตเตอรี่บน iPhone 7 สามารถใช้งานได้นานกว่าบน iPhone 6S ถึง 2 ชั่วโมง ส่วนแบตเตอรี่บน iPhone 7 Plus ใช้งานได้นานกว่าบน iPhone 6S Plus 1 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการ

iPhone 7 ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด iOS 10 ซึ่งได้เปิดตัวไปแล้วในงาน WWDC เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดย iOS 10 จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายเช่นหน้า Lockscreen และ Notifications แบบใหม่ที่รองรับ 3D Touch, Siri ที่ฉลาดขึ้นกว่าเดิม, Maps ที่มีความแม่นยำและทำสิ่งต่างๆ นอกเหนือจากการบอกตำแหน่งได้
ตัวอย่างภาพถ่ายที่ได้จาก iPhone 7

ตัวอย่างภาพถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอจากกล้องของ iPhone 7 Plus ที่แสดงให้เห็นความชัดตื้นเทียบเท่ากล้อง DSLR



สรุปสเปค I Phone 7 Plus
iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้นเหมือนกันมากทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสเปคข้างใน จะแตกต่างกันก็เพียงขนาดของหน้าจอและกล้องถ่ายภาพ โดย iPhone 7 จะมีหน้าจอแสดงผลขนาด 4.7 นิ้ว และ iPhone 7 Plus จะมีขนาดหน้าจอที่ 5.5 นิ้ว ซึ่งความละเอียดก็ต่างกันด้วยเช่นกัน
สำหรับกล้อง iSight ของ iPhone 7 Plus นั้นจะเป็นกล้องแบบ Dual-Camera ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 เลนส์ ได้แก่ เลนส์ Wide 28mm (F/1.8) และเลนส์ Telephoto 56mm (F/2.8) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ทั้ง 2 เลนส์ สามารถซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า และซูมแบบ Digital ได้ 10 เท่า นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Machine Learning แยกฉากหลังออกจากฉากหน้า ทำให้สามารถถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว ภาพแบบนี้จะได้จากกล้องแบบ DSLR เท่านั้น
ส่วน iPhone 7 มาพร้อมกับกล้องแบบ Single-Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และมีคุณสมบัติในด้านอื่นๆ เหมือนกัน นั่นก็คือ รูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.8, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED (ไฟแฟลช 4 ดวง) สว่างกว่าเดิม 50%, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.2 (อัปเกรดจาก 5 ล้านพิกเซลบน iPhone 6S และ iPhone 6S Plus) และมีระบบกันสั่นแบบ OIS ทั้งบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
นอกจากเรื่องขนาดหน้าจอและกล้อง iSight แล้ว คุณสมบัติด้านอื่นๆ ก็ไม่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกซื้อจึงควรดูที่การใช้งานกล้องเป็นหลัก หากต้องการเน้นหนักไปที่การถ่ายภาพ iPhone 7 Plus จะตอบโจทย์ได้มากกว่า แต่หากต้องการเพียงใช้งานทั่วไป iPhone 7 ก็นับว่าตอบสนองความต้องการได้รอบด้านแล้วครับ
(ราคา ไอโฟน 7 พลัส 128GB เครื่องศูนย์ไทย)
ร้าน Link Mobile-Mbk ยินดีให้บริการ EMS ด่วนพร้อมจัดส่งสินค้าทั่วประเทศด้วยระบบ พกง. กรณีจัดส่งสินค้าแบบด่วนชำระเงินค่าสินค้าปลายทาง เพียงแจ้ง ชื่อรุ่น สินค้า ที่อยู่ เบอร์โทร หรือ inbox ข้อความ ทาง www.facebook.com/linkmobile หรือ Official Line: @linkmobilembk ในเขตปริมณฑล ลูกค้าสามารถรับสินค้าที่ปณ.ปลายทาง ที่ระบุ ภายใน 1-2 วัน หากอยู่นอกเขตปริมณฑลสามารถรับสินค้าหลัง 2 วัน ไปรษณีย์ทำการ
ราคา ไอโฟน7พลัส, ราคา iPhone7 Plus, iPhone7 Plus ราคาล่าสุด, เชคราคามือถือไอโฟน, ร้านขายมือถือไอโฟน, ร้านขายมือถือมาบุญครอง_ราคามือถือMBK, สเปคiPhone 7 Plus, สมาร์ทโฟนiPhone 7 Plus, ราคาล่าสุด Apple iPhone 7 Plus, ราคามือถือ แอปเปิ้ล iPhone 7 Plus