- หมวดหมู่ : ราคามือถือ Apple - I Phone - I Pad
- ยี่ห้อสินค้า : APPLE
- รหัสสินค้า : Apple Watch18K Gold
- SKU :
สเปค Apple Watch (ราคา>อัพเดทสมาร์ทโฟนราคาส่ง MBK ราคามือถือล่าสุด)
Apple นิยามสเปคของ Apple Watch ไว้ว่า คอมพิวเตอร์ทั้งระบบบชิพๆเดียว เพราะชิปเซต Apple S1 บน apple Watch
มีขนาดเท่ากับหัวแม่มือเท่าน้นเองแต่ข้างในประกอบไปด้วยระบบย่อยเป็นจำนวนมาก ด้านของหน้าปัด (หน้าจอ) Apple Watch
อยู่ที่ 340 x 272 สำหรับรุ่น 38 mm และ 390 x 312 สำหรับรุ่น 42 mm ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงความเป้น Retina Display แล้ว ภายใน Apple Watch มีการติดตั้งชิปสำหรับการติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์อื่นไว้เช่น การเชื่อต่อ WiFi และ Bluetooth โดยใช้ชิป Broadcom BCM4334 ซึ่งเป้นชิปรุ่นเดียวที่ใช้ใน iPhone 5
Battery แบตเตอรี่ Apple Watch
Apple Watch สามารถใช้งานได้ราวๆ 1 วัน ประมาณ 18 ชั่วโมง จากการทดสอบตามรูปแบบการใช้งานทั่วไป ได้แก่ การเปิดดูเวลา 90 ครั้ง มีข้อความแจ้งเตือน 90 ครั้ง ใช้งานแอพราวๆ 45 นาที และใช้ควบคุมการฟังเพลงผ่าน Bluetooth เป็นเวลา 30 นาที
สำหรับการชาร์จ ใช้แท่นชาร์จแม่เหล็กจาก Apple เท่านั้น โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% มาเป็น 80% ได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนถ้าจะชาร์จ จนเต็ม 100% ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
Sensor เซ็นเซอร์ใน Apple Watch
![]()
Apple Watch ประกอบไปด้วยเซนเซอร์ 3 อย่าง ดังนี้
- เซ็นเซอร์วัดการเต้นของหัวใจ: เซ็นเซอร์วัดการเต้นของหัวใจที่ออกแบบมาโดยเฉพาะใน Apple Watch จะช่วยวัดว่าคุณออกแรงมากแค่ไหนเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลการเผาผลาญแคลอรี่โดยรวมได้ดียิ่งขึ้น
- GPS: Apple Watch ใช้ GPS และ WiFi ใน iPhone สำหรับวัดระยะทางของกิจกรรมที่ไม่สามารถนับก้าวได้ เช่น การปั่นจักรยาน
- อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว: อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของ Apple Watch จะวัดการเคลื่อนไหวทั้งหมดของร่างกาย นับจำนวนก้าว และช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญไปตลอดทั้งวัน
Apple Watch ทำอะไรได้บ้าง Feathures ใน Apple Watch
การปรับเวลาแบบอัตโนมัติ
ความเจ๋งอย่างแรกของ Apple Watch อยู่ที่ความสามารถในการปรับตั้งเวลาด้วยตัวเองอัตโนมัติ โดย Apple Watch นั้นทำงานร่วมกับ iPhone ที่คอยเทียบกับเวลามาตรฐานโลกอยู่อย่างต่อเนื่องด้วยความแม่นยำระดับเดียวกับดาวเทียม GPS เวลาที่เราย้ายจากโซนเวลาหนึ่งไปยังอีกโซนหนึ่ง Apple Watch จะปรับเวลาให้โดยอัตโนมัติ และเมื่อถึงวันที่มีการปรับเวลาออมแสง Apple Watch ก็จะเปลี่ยนเป็นเวลาใหม่ให้เลย สรุปคือ เวลาเปลี่ยนแปลงให้ตามเขตเวลาโลก โดยที่คุณไม่ต้องตั้งเซตเวลาใหม่เอง
หน้าปัดมีให้เลือกมากกว่า 2 ล้านแบบ
Apple Watch แต่ละเรือนมาพร้อมกับหน้าปัดมากมายหลายแบบที่สามารถเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ และยังสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นเฉพาะด้านที่มีความสลับซับซ้อน หรือที่เรียนกันในการทำนาฬิกาว่า Complications ลงในหน้าปัดโดยส่วนใหญ่ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาจับเวลา ราคาหุ้น สภาพอากาศล่าสุด และอีกมากมาย ซึ่งเมื่อรวมตัวเลือกที่เป็นไปได้เข้าด้วยกันแล้ว คุณสามารถปรับแต่งอะไรต่างๆในแบบที่คุณชอบได้ไม่รู้จบ
การแจ้งเตือนบน Apple Watch
Apple Watch เพิ่มมิติใหม่ให้กับวิธีติดต่อสื่อสารของคุณด้วยการมองเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าใครติดต่อมาและยังเรียนความสนใจจากคุณเหมือนกับที่คนทั่วไปทำกัน นั่นคือ ด้วยการสะกิดเรียน และยังมีเสียงเตือนเบาๆ อีกด้วย โดยความรู้สึกที่คุณจะได้สัมผัสนั้นจะแผ่วเบา และนุ่มนวล
Apple Watch วางจำหน่าย โดยมีรุ่นย่อยรวมแล้วถึง 38 รุ่น ในราคาเริ่มต้นที่ 13,500 บาท ไปจนถึงครึ่งล้าน!
โดย Apple Watch ที่วางจำหน่ายบน Apple Store Online (ประเทศไทย) มีรุ่นย่อยรวมแล้วถึง 38 รุ่น 38 สไตล์ เลยทีเดียว ซึ่งราคาจำหน่ายจะเป็นดังนี้ (ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละรุ่นย่อยได้ที่เนื้อหาด้านล่าง)
Apple Watch Sport - มีทั้งหมด 10 รุ่น เป็นสาย Sport Band ทั้งหมด ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 13,500 - 15,500 บาท
Apple Watch - มีทั้งหมด 20 รุ่น สาย 3 ชนิดคือ Sport Band, สายหนัง และสายเหล็ก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 20,500 - 41,500 บาท
Apple Watch Edition - มีทั้งหมด 8 รุ่น สาย 2 ชนิดคือ สายหนัง และสายเหล็ก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 395,000 - 660,000 บาท
ที่มา : Apple Store Online Thailand
Apple Watch ราคาในประเทศไทย พร้อมสเปค ข้อมูลอัปเดตล่าสุด รีวิว และวันวางจำหน่าย
แม้ว่าขณะนี้ Apple Watch จะยังไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการโดยแอปเปิ้ล (Apple) แต่ก็มี Apple Watch เครื่องนอก หรือ เครื่องหิ้ว เริ่มเข้ามาจัดจำหน่ายกันบ้างแล้วไม่น้อย โดยเฉพาะบรรดาร้านสินค้าไอทีชื่อดังหลายๆ ร้าน ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาหลักหมื่น ไปจนถึงรุ่นสุดหรูในราคาหลักแสน ซึ่งวันนี้เราจะมาอัปเดตราคาโดยประมาณของ Apple Watch เครื่องนอกให้ทุกท่านได้ทราบกัน ส่วนราคาแต่ละรุ่นย่อยจะเท่าไรกันบ้างนั้น ติดตามกันได้เลยครับ
Apple Watch Sport ขนาด 38 มม. ตัวเรือนอะลูมิเนียม สาย Sport Band
- สีฟ้าและสีเขียว ราคาประมาณ 19,500 บาท
- สีขาว ราคาประมาณ 20,000 บาท
- สีชมพู ราคาประมาณ 21,500 บาท
- สีดำ ราคาประมาณ 22,500 บาท
Apple Watch Sport ขนาด 42 มม. ตัวเรือนอะลูมิเนียม สาย Sport Band
- สีขาว ราคาประมาณ 25,000 บาท
- สีฟ้า ราคาประมาณ 25,500 บาท
- สีเขียวและสีชมพู ราคาประมาณ 26,500 บาท
- สีดำ ราคาประมาณ 32,000 บาท
Apple Watch ขนาด 38 มม. ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Sport Band
- สีขาวและสีดำ ราคาประมาณ 26,500 บาท
Apple Watch ขนาด 42 มม. ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Sport Band
- สีขาว ราคาประมาณ 31,000 บาท
- สีดำ ราคาประมาณ 40,500 บาท
Apple Watch ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Classic Buckle สีดำ
- ขนาด 38 มม. ราคาประมาณ 27,500 บาท
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 41,500 บาท
Apple Watch ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สาย Milanese Loop
- ขนาด 38 มม. ราคาประมาณ 30,500 บาท
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 48,500 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Yellow Gold สาย Sport Band สีดำ
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 520,000 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Rose Gold สาย Sport Band สีขาว
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 520,000 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Yellow Gold สาย Classic Buckle สีดำ
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 590,000 บาท
Apple Watch Edition ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี Yellow Gold สาย Classic Buckle สีมิดไนท์บลู
- ขนาด 42 มม. ราคาประมาณ 590,000 บาท
Apple Watch ตัวเรือน Stainless Steel เกิดรอยได้ง่าย แต่สามารถลบรอยได้ในเวลาไม่กี่นาที!
ทำเอาผู้ใช้ Apple Watch ที่ซื้อตัวเรือนแบบ Stainless Steel ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ $549 หรือประมาณ 18,200 บาท ถึงกับออกอาการเซ็งกันเลยทีเดียว เมื่อมีรายงานว่า Apple Watch ตัวเรือน Stainless Steel เกิดรอยรอบตัวเครื่องได้ง่าย และเห็นได้อย่างชัดเจน
แต่ในข่าวร้าย ก็ยังมีข่าวดีแฝงอยู่เช่นกัน เมื่อรอยที่เกิดขึ้น สามารถขัดออกได้ง่ายๆ ด้วยครีมเอนกประสงค์ต่างๆ โดยในคลิปวีดีโอนั้น ผู้ทำการทดสอบใช้ครีม Mag & Aluminum Polish และขัดออกด้วยผ้าสะอาดๆ เพียงแค่นี้ รอยที่เกิดขึ้นบนรอบๆ ตัวเรือน Apple Watch ก็หายไป เหมือนได้เครื่องใหม่กันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังได้มีการทดสอบความแข็งแรง และความอึดของ Apple Watch ด้วยเช่นกัน ซึ่งได้แก่ การทดสอบความแข็งแรงของกระจกหน้าจอแบบ Sapphire Crystal, นำไปแช่น้ำนาน 30 นาที และสุดท้าย ทดสอบความถูกต้องและแม่นยำของ ระบบตรวจวัดการเต้นของหัวใจ และตรวจวัดจำนวนก้าวเดิน ซึ่งพบว่า ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำอีกด้วย ชมการทดสอบได้ที่คลิปวีดีโอท้าย
Apple Watch นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น รุ่นละ 2 ขนาด นั่นก็คือรุ่น 38 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร เราลองมาดูกันครับว่า แต่ละรุ่นจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่บ้าง
ราคา Apple Watch รุ่น Apple Watch Sport
- รุ่น 38 มิลลิเมตร ราคา $349 หรือประมาณ 11,900 บาท
- รุ่น 42 มิลลิเมตร ราคา $399 หรือประมาณ 12,900 บาท
ราคา Apple Watch รุ่น Apple Watch
- รุ่น 38 มิลลิเมตร ราคา $549 - $1,049 หรือประมาณ 17,900 - 33,900 บาท
- รุ่น 42 มิลลิเมตร ราคา $599 - $1,099 หรือประมาณ 18,900 - 35,900 บาท
สำหรับรุ่น Apple Watch ราคาที่แตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับประเภทของสายที่เลือก
ราคา Apple Watch รุ่น Apple Watch Edition
- ราคาเริ่มต้นที่ $10,000 หรือประมาณ 330,000 บาท
สำหรับ Apple Watch Edition นั้นจะเป็นรุ่นที่มีจำนวนจำกัด และ จะมีวางจำหน่ายเพียงบางที่เท่านั้น และต้องสั่งจองล่วงหน้า ราคาจะสูงขึ้นเมื่อเลือกสายที่แตกต่างกันออกไป
นอกเหนือจากสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus แล้วนั้น ทาง Apple ยังได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง Apple Watch ภายในงานเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย ซึ่ง Apple Watch นั้นถือว่าเป็น Smartwatch ที่ทาง Apple นั้นตั้งใจออกแบบทั้งในด้านดีไซน์ และ ซอฟต์แวร์อย่างเต็มที่ โดยในวันนี้ทีมงานเว็บไซต์ Thaimobilecenter ได้ทำการสรุปข้อมูลฟีเจอร์สำคัญๆ ของ Apple Watch มาให้ได้ชมกันว่า Smartwatch จาก Apple รุ่นนี้ จะน่าสนใจแค่ไหน ลองมาชมกันเลยครับ
Apple Watch มีสองขนาดให้เลือก
สำหรับ Apple Watch นั้นจะมีขนาดหน้าจอให้เลือก 2 รุ่น นั่นก็คือ รุ่นที่มีขนาดตัวเรือน 38 มิลลิเมตร และ ขนาดตัวเรือน 42 มิลลิเมตร โดยทั้งสองรุ่นนั้น จะมีฟีเจอร์ที่เหมือนกันทุกประการ จะแตกต่างกันเพียงแค่ขนาดเท่านั้น
Apple Watch กับวัสดุที่หลากหลาย ตามสไตล์คุณ
นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ทำ Apple Watch นั้นมีให้เลือกมากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น สแตนเลส, อะลูมิเนียม, ทองคำ 18 กะรัต ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป ผู้ใช้สามารถเลือกวัสดุได้ตามใจชอบ
Apple Watch กับ สายหลายรูปแบบ และ หลากหลายวัสดุ
นอกเหนือจากตัวเรือน ที่มีวัสดุที่แตกต่างกันแล้ว คุณยังสามารถเลือกสาย ให้เหมาะกับสถานะการณ์ และ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา โดยรูปแบบของสายนั้นมีตั้งแต่แนว Sport ไปจนถึง หรูหรามีระดับเลยทีเดียว
Apple Watch กับ ปุ่มควบคุมใหม่ล่าสุด Digital Crown
สำหรับ Apple Watch นั้นถูกออกแบบมาให้คุณสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าที่เคย Apple จึงได้ออกแบบการควบคุมโดยใช้ปุ่มที่เรียกว่า Digital Crown ที่มีลักษณะเป็นวงล้อ ที่คุณสามารถหมุนเพื่อควบคุมการใช้งานเช่น การซูมเข้าออก หรือการ Scroll ขึ้นลงเพื่ออ่านข้อความเป็นต้น ช่วยให้คุณควบคุมการใช้งานได้ง่ายกว่าที่เคย บนหน้าจอที่มีขนาดจำกัด
Apple Watch กับ ระบบ Force Touch
หน้าจอของ Apple Watch ไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าจอสัมผัสธรรมดาเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจจับความแรงในการกดลงไปบนหน้าจอได้อีกด้วย โดยระบบจะตอบสนองการใช้งานแตกต่างกันออกไป ตามน้ำหนักของนิ้วที่คุณกดลง
Apple Watch มาพร้อมกับระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
สำหรับ Apple Watch นั้นจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้กับแอพพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพได้ทันที นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดการเคลื่อนไหวของผู้ใช้อีกด้วย
Apple Watch กับรูปแบบการชาร์จ ที่พัฒนามาจาก MagSafe
ให้การชาร์จไฟ Apple Watch เป็นเรื่องง่าย เพียงแค่นำหัวชาร์จมาใกล้ๆ กับตัวเรือนด้านหลัง แม่เหล็กจะดูดเข้าไปเพื่อชาร์จไฟโดยอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีการชาร์จแบบนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Magsafe บน Macbook นั่นเอง
Apple Watch กับ การบอกเวลาที่แม่นยำอย่างน่าทึ่ง
แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็น นาฬิกา ความแม่นยำของการบอกเวลาถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด Apple Watch นั้นสามารถตั้งเวลาให้ตรงกับเวลามาตรฐานโลกโดยอัตโนมัติ โดยจะมีความผิดพลาดไม่เกิน 50 มิลลิวินาที ของเวลามาตรฐานโลก ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกาที่มีความแม่นยำอยู่ในระดับที่สูงมากเลยทีเดียว
Apple Watch เปลี่ยนรูปแบบการดูเวลาได้กว่า สองล้านแบบ
คุณสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงเวลา บน Apple Watch ได้กว่า 2 ล้านแบบ ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่า คุณสามาถรเปลี่ยนรูปแบบการดูเวลาได้ทุกวันโดยไม่ซ้ำกันเลย คุณสามารถตกแต่งการดูเวลาให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณได้อย่างเหมาะสม
Apple Watch รองรับการใช้งาน ข้อความ โทรศัพท์ และ อีเมล
คุณสามารถใช้ Apple Watch เพื่อรับส่งอีเมล, ข้อความ ไปจนถึงการใช้งานเป็นโทรศัพท์ ซึ่งแน่นอนว่า คุณจะไม่พลาดทุกการติดต่อที่สำคัญอย่างแน่นอน เพราะ Apple Watch ยังมีระบบ Notification ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ
ฟีเจอร์ Digital Touch ให้คุณสื่อสารได้สนุกกว่าที่เคยบน Apple Watch
ระบบ Digital Touch บน Apple Watch ช่วยให้คุณสามารถติดต่อสื่อสาร กับคนอื่นๆ ที่ใช้งาน Apple Watch ด้วยรูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาดด้วยนิ้วเพื่อส่งข้อความเชิงสัญลักษณ์ ไปจนถึง ส่งอัตราการเต้นของหัวใจคุณไปยังเพื่อนของคุณเป็นต้น
ดูแผนที่ (Maps) เต็มรูปแบบ บน Apple Watch
คุณสามารถใช้งานแอพพลิเคชัน Maps เพื่อดูตำแหน่ง และแผนที่ ผ่าน Apple Watch ของคุณได้ทันที รวมถึงสามารถใช้งานระบบนำทางได้ด้วยเช่นเดียวกัน ช่วยให้คุณไปถึงจุดหมายได้ง่ายกว่าที่เคย
Apple Watch ผู้ช่วยด้านสุขภาพของคุณ
Apple Watch นั้นถูกออกแบบมาให้เก็บข้อมูล ทุกการเคลื่อนไหวของคุณ เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ และ จัดการรูปแบบการออกกำลังกายให้กับคุณอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังถูกนำไปประมวลผลร่วมกับอัตราการเต้นของหัวใจของคุณด้วย เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนำมาใช้วางแผนสำหรับการออกกำลังกายของคุณ
Apple Watch มาพร้อมกับแอพพลิเคชัน มากมาย
Apple Watch นั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Apple Watch OS ที่มีแอพพลิเคชันเริ่มต้นให้ใช้งานมากมาย อาทิ Twitter, Facebook การใช้งานเพื่อโทรเข้าออก, การส่งข้อความ, การดูรูปภาพ, แผนที่ และ อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในอนาคต จะมีแอพพลิเคชันสำหรับ Apple Watch เข้ามาเพิ่มอีกมากมายเลยทีเดียว
Apple Watch จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับ iPhone
สำหรับ Apple Watch นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ iPhone จึงไม่สามารถใช้งานโดยไม่มี iPhone ได้ อย่างไรก็ดี Apple Watch นั้นสามารถรองรับได้ทั้ง iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPhone 6 และ iPhone 6 Plus
Apple Watch มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น
สำหรับ Apple Watch นั้นจะมีให้เลือก 3 รุ่น นั่นก็คือ Apple Watch, Apple Watch Sport และ Apple Watch Edition ซึ่งจะแตกต่างกันในเรื่องของตัวเรือน ที่ใช้วัสดุแตกต่างกันออกไป โดยสำหรับ Apple Watch Sport จะใช้วัสดุที่แข็งแรงกว่า รุ่น Apple Watch เล็กน้อย ส่วนรุ่น Watch Edition จะใช้วัสดุเป็นทองคำ 18 กะรัต