- หมวดหมู่ : ราคามือถือ Nexus
- ยี่ห้อสินค้า : -
- รหัสสินค้า : -
- SKU :
Motorola Nexus 6 แอนดรอยด์สายเลือดบริสุทธิ์รุ่นที่ 6 แห่งตระกูล Nexus
Link Mobile MBK จำหน่ายสมาร์ทโฟนราคาส่ง อัพเดทราคามือถือ สมาร์ทโฟนมาใหม่ล่าสุด
สิ้นสุดการรอคอย Google เปิดตัว Nexus 6 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ผลิตโดย Motorola มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop
มีหน้าจอแสดงผล 5.96 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD และชิปเซ็ต Snapdragon 805 หลังจากประกาศเปิดตัวแท็บเล็ต Nexus 9 ในงานเดียวกันนี้
Nexus 6 เรียกได้ว่าเร็วและแรงสมกับเป็น Pure Android และในคราวนี้ผลิตขึ้นภายใต้ Motorola จึงทำให้ Nexus 6 มีคุณภาพค่อนข้างดีมาก ค่อนข้างประทับใจในดีไซน์และงานประกอบของตัวเครื่อง โดยเฉพาะกล้องหลังที่พัฒนาขึ้นอย่างมากอีกทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ลำโพงดังสะใจ เหมาะแก่การ Entertainment อย่างยิ่ง จนรู้สึกว่าเล่นเกมบน Nexus 6 แล้วได้อรรถรสมากขึ้น
แต่ถึงกระนั้นก็มีข้อด้อยอยู่บางอย่างเช่น เครื่องร้อนแล้วรู้สึกว่าเครื่องกระตุกนิดหน่อย (แต่ก็ทำให้ผมขัดใจอยู่บ้าง) ตัว Lollipop ยังมีบั๊กบางอย่างอยู่
หรือหน้าจอที่ใหญ่เกินจนพกพายาก และราคาสุดแพงจนใครหลายๆคนไม่คิดว่านี่คือราคาของ Nexus ด้วยซ้ำ และหลายๆคนก็คาดหวังว่ามันน่าจะใช้
CPU เป็นตัว 64-bit เพื่อต้อนรับการมาของ Lollipop แต่ก็กลับเป็น Qualcomm Snapdragon 805 ที่เป็น 32-bit ซะงั้นนอกจากนี้ยังมีปัญหาในบางเครื่อง
อย่างเช่น ฝาหลังบวมเป่ง หรือเลนส์กล้องโฟกัสภาพเพี้ยนเป็นต้น ซึ่งถ้าหิ้วมาก็ต้องเตรียมรับความเสี่ยงกันให้ดี

ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่มีบน Nexus 6 ได้แก่ Turbo Charging ที่ช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่นั้นทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งชาร์จเพียง 15 นาที สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง และสามารถชาร์จได้ตลอดเวลาโดยไม่เกิดปัญหาใด ๆ

สรุปสเปค Nexus 6
- ขนาดตัวเครื่อง 159.3 x 83 x 10.1 มม.
- น้ำหนัก 184 กรัม
- หน้าจอแสดงผลขนาด 5.96 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล ความหนาแน่น 496 ppi
- ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 805
- ซีพียู 2.65GHz Quad-core Krait 450
- จีพียู Adreno 420
- แรม 3GB
- ความจุ 32GB/64GB (ไม่รองรับความจำภายนอก)
- กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และแฟลช Dual-LED พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว (OIS)
- กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ 3,220 mAh

สำหรับ Nexus ในรุ่นที่ 6 นี้ ได้ถูกมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของ Motorola ที่เคยเป็นเด็กในสังกัดของ Google และตอนนี้ผันตัวไปเป็นเด็กในสังกัด Lenovo แล้ว แต่ทว่าการที่ Motorola ถูกมอบหมายให้ทำนั้นก็เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคนเพราะรู้ถึงงานคุณภาพของค่ายนี้อยู่แล้ว (โดยเฉพาะผมที่ใช้ Moto X เป็นทุนเดิม)
วัสดุคุณภาพ ดีไซน์ลงตัว
สำหรับตัวเครื่อง Nexus 6 นั้นบอกได้เลยว่าตอนที่ได้จับแล้วประทับใจมาก เพราะงานประกอบคุณภาพดีสมชื่อ
Motorola แถมคราวนี้ใช้ขอบบอดี้เป็นอะลูมิเนียม
ฝั่งซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มใดๆ เพราะทุกปุ่มจะถูกย้ายไปอยู่ฝั่งขวาแทน โดยปุ่ม Power อยู่ข้างบน ส่วนปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงอยู่ข้างล่าง

ข้างบนจะเป็นช่องเสียบหูฟังที่อยู่ตรงกลาง และช่องใส่นาโนซิมที่ฝั่งซ้าย
ข้างล่างเป็นช่องเสียบ USB
จุดเด่นของ Nexus 6 ก็คือลำโพงสเตอริโอคู่หน้าเสียงดังฟังชัด ที่ใครๆหลายคนก็ชอบเผลอไปกดตรงลำโพง เพราะเข้าใจว่ามันคือ
ปุ่มกดได้ และกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้าน พิกเซลจะอยู่มุมขวาบนของตัวเครื่อง
Light Sensor กับ Proximity Sensor ที่เอาไว้ปรับแสงหน้าจอกับดับหน้าจอเวลาที่คุยโทรศัพย์
จะอยู่ซ้ายมือของลำโพงฝั่งบน สังเกตเห็นยากเล็กน้อย
ส่วนฝาหลังมีลักษณะโค้งตามรูปแบบของ Moto X วัสดุเป็นผิวด้าน น้ำไม่เกาะ แต่ขี้มือเกาะเป็นรอยได้ง่าย โดยเฉพาะเครื่องสีน้ำเงินแบบนี้
กล้องหลังจะอยู่ตรงกลางข้างบน ส่วนแฟลชสองดวงอยู่ในวงกลมใสๆรอบๆตัวกล้อง และมีรูไมค์สำหรับตัดเสียงอยู่ที่วงกลมใสๆดังกล่าว
ถัดไปข้างล่างของกล้องจะเป็นโลโก้ของ Motorola ที่มีลักษณะเป็นร่องลึกลงไป และต่อด้วยโลโก้ Nexus ยาวๆแบบ Nexus 5
และข้างล่างสุดจะมีช่องไมค์ด้านหลังที่เอาไว้ตัดเสียงรบกวน
ตัวเครื่องยาว 15.9 เซนติเมตร กว้าง 8.3 เซนติเมตร ตัวเครื่องส่วนที่หนาที่สุด 1 เซนติเมตร และหนักแค่ 184 กรัม
เทียบขนาดกับ Moto X 2013
เทียบขนาดกับ One Plus One
สเปคเครื่องโดยรวม
- ระบบปฎิบัติการเป็น Android 5.0 Lollipop 32-bit (ในรีวิวนี้อัพเดทเป็น 5.0.1 แล้ว)
- CPU ใช้ของ Qualcomm Snapdragon 805 APQ8084 (Krait 450) Quad-core 2.7 GHz เป็น CPU แบบ 32-bit
- GPU ใช้ของ Adreno 420 ความเร็ว 600 MHz รองรับ OpenGL ES 3.1
- ROM มีสองแบบคือ 32/64 GB เป็น eMMC NAND Flash ยี่ห้อ SanDisk (เครื่องรีวิวเป็น 64GB มีให้ใช้ 54.65 GB) ใส่ SD Card ไม่ได้
- RAM ใช้เป็น LPDDR3 RAM ยี่ห้อ HyNix ขนาด 3 GB (มีให้ใช้ประมาณ 2.9 GB)
- กล้องหน้าความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล (1920 x 1080 พิกเซล) รองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียด Full HD (1080P) แต่เป็น Fixed Focus และไม่รองรับ HDR
- กล้องหลังใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX214 ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (4160 x 3120 px) รูรับแรงขนาด F2.0 รองรับการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด UHD 4K ได้ Framerate สูงสุด 30 FPS ส่วน 1080P จะได้สูงสุด 60 FPS ตัวกล้องมีระบบกันสั่น (OIS) มี Dual LED Ring Flash และรองรับการถ่ายภาพแบบ HDR
- ขนาดตัวเครื่องยาว 15.9 เซนติเมตร กว้าง 8.3 เซนติเมตร ด้านหลังเครื่องมีลักษณะโค้ง โดยส่วนที่หนาที่สุดจะหนาประมาณ 1 เซนติเมตร และส่วนที่บางที่สุดจะหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่อง 184 กรัม ไม่แนะนำให้ทำตก หรือไปงอเล่น
- หน้าจอ AMOLED 16 ล้านสี ความละเอียด WQHD 2560 x 1440 พิกเซล ขนาด 5.96 นิ้ว สัดส่วน 16 ต่อ 9 ความคมชัดของหน้าจอ 493 DPI โดยประมาณ และใช้กระจก Corning Gorilla Glass 3 รองรับ Multitouch 10 จุด
- ลำโพงขับเสียงด้วยชิป NXP TFA9890A เป็น Class-D Audio Amplifier รหัสเดียวกับของ Moto X 2013 ที่เคยรีวิวไปเมื่อชาติปางก่อน แต่ของ Moto X เป็น TFA9890 ซึ่งตัว TFA9890A ก็มีคุณสมบัติโดยรวมคล้ายกับ TFA9890 น่ะแหละ แต่เพิ่มคุณสมบัติบางอย่างเข้ามา อย่างเช่น Speaker Error Detection แต่ Nexus 6 มีจุดเด่นตรงที่ลำโพงสเตอริโอคู่หน้าทำให้เพลิดเพลินกับเสียงได้อย่างเต็มที่
- แบตเตอรีความจุ 3,220 mAh (12W) รองรับการชาร์จไร้สาย และรองรับ Quick Charge 2.0 ด้วย โดยอะแดปเตอร์ที่มากับตัวเครื่องก็เป็นอะแดปเตอร์ Quick Charge 2.0 ด้วยเช่นกัน สามารถจ่ายกระแสได้ 3 ระดับ คือ 5V/1.6A, 9V/1.6A และ 12V/1.2A
- ตัวเครื่องมี 2 Model คือ XT1100 กับ XT1103 ต่างกันที่ความถี่สัญญาณมือถือที่รองรับ (ตัวที่นำมารีวิวเป็น XT1100 รองรับ LTE ในประเทศไทย)
- 2G
- ทั้ง 2 Model : GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
- สำหรับ XT1103
- CDMA 800 / 1900 MHz
- 3G (ความเร็ว 42.2/5.76 Mbps)
- สำหรับ XT1100
- HSDPA 800 / 850 / 900 / 1700 / 1800 / 1900 / 2100 MHz
- สำหรับ XT1103
- HSDPA 850 / 900 / 1700 / 1900 / 2100 MHz
- 4G (ความเร็ว Cat 6 300/50 Mbps)
- สำหรับ XT1100
- LTE 700 / 800 / 850 / 900 / 1800 / 2100 / 2600 MHz
- TD-LTE 2500 MHz
- Bands 1, 3, 5, 7, 8, 9, 19, 20, 28, 41
• Bands 2, 3, 4, 5, 7, 12, 13, 17, 25, 26, 29, 41
• รองรับ GPS, A-GPS และ GLONASS โดยใช้ชิป IZat Gen8B
• รองรับ Bluetooth 4.1, A2DP, EDR และ LE โดยใช้ชิป Broadcom BCM4356
• รองรับ NFC โดยใช้ชิป Broadcom BCM20795
• รองรับการต่อ USB OTG หรือ USB Host และ USB Accessory
• เซ็นเซอร์ที่มี Accelerometer, Gyroscope, Magnetic Field, Proximity, Light Sensor, Barometer, Step Counter และ Orientation Sensor
ลองท้าชนกับแสงแดดตอนเที่ยงๆดูหน่อย
ใช้งานท่ามกลางแสงจ้าก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้สว่างขาวนวล แต่ก็สามารถดูหน้าจอได้ชัดปกติ
ขอปรบมือชม Motorola เลยเรื่องหน้าจอเมื่อปรับความสว่างต่ำ เพราะว่าปรับได้ต่ำมาก ทำให้เวลาอยู่ในที่มืดแล้วใช้งานไม่เกิด
อาการปวดตาเลยซึ่งเมื่อเทียบกับ Moto X 2013 ที่ใช้อยู่ เรียกได้ว่าต่างชั้นกันเลยทีเดียว แต่ทว่าสีจะอมแดงเล็กน้อยเมื่อปรับ
ความสว่างต่ำสุด แต่ก็ดีกว่าสว่างแสบตาล่ะนะ
โดยหน้าจอจะมีระยะห่างจากขอบด้านข้างอยู่ที่ 4 มิลลิเมตร ทำให้เวลาจับแล้วนิ้วไม่เอื้อมมาแตะโดนจอ เพราะผมใช้ Moto X 2013
ที่ขอบจอ 3 มิลลิเมตร แล้วไม่ได้ใส่เคส เวลาจับเครื่องเต็มมือ ช่วงนิ้วนางกับนิ้วก้อยชอบแตะโดนขอบจออยู่บ่อยๆ แต่บน Nexus 6
ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ ทำให้จับได้ไม่เต็มที่ด้วยแหละ
แต่ก็อย่างที่รู้กันว่า AMOLED นั้นเมื่อใช้งานไปพักใหญ่ (ปีกว่าๆ) ก็จะเกิดอาการจอ Burn โดยตรงไหนที่แสดงผลเป็นสีขาวบ่อยๆ
ก็จะเสื่อมสภาพได้ไว ส่วนตรงไหนที่แสดงผลเป็นสีดำบ่อยๆก็จะเสื่อมสภาพช้า เมื่อเสื่อมสภาพก็จะเกิดอาการอมเหลือง และเมื่อมี
ส่วนที่เสื่อมสภาพช้าและเร็วไม่เท่ากัน จึงอาจจะทำให้เห็นเป็นรอย Burn เป็นรูปได้
เช่น Nav Bar ที่อยู่ข้างล่างของจอ เมื่อเสื่อมสภาพก็จะมองเห็นเป็นรอยปุ่มของ Nav Bar เพราะว่าตรง Nav Bar มักจะอยู่ที่เดิมประจำ
แต่แถบนั้นเป็นสีดำ ส่วนปุ่มเป็นสีขาว จึงทำให้พื้นที่ที่แสดงเป็นปุ่มเกิดการเสื่อม
สภาพและแถบสีดำยังไม่เสื่อมสภาพ ทำให้เกิดรอยอย่างที่เห็นนี่แหละ
ภาพตัวอย่างนี้ไม่ใช่ของ Nexus 6 นะครับ แต่เอาเครื่องอื่นมาแสดงอาการจอ Burn ให้ดูเป็นตัวอย่าง
เร็วและแรงตามแบบฉบับของ Pure Android

ด้วยขุมพลังจาก Qualcomm Snapdragon 805 จึงทำให้ Nexus 6 นั้น แรง แรง แล้วก็โคตรแรง ใช้ CPU รหัส APQ8084
ที่มีสถาปัตยกรรมเป็น Krait 450 และมี Core อยู่ 4 Core ที่ทำงานด้วยความเร็วได้สูงสุดถึง 2.7 GHz รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอ 4K ได้สบายๆ
และ APQ8084 นั้นมาพร้อมกับ Adreno 420 ที่เป็น GPU สุดเทพทำงานด้วย
ความเร็ว 600 MHz ที่จะช่วยให้กราฟฟิคงามๆกลายเป็นเรื่องเล็ก
และรองรับ OpenGL ES 3.1
แถมยังเป็น Pure Android ที่ไม่มีการครอบ UI ทับหรือการยัดแอพเพิ่มเติมลงไปแบบค่ายต่างๆ
จึงทำให้ Nexus 6 สามารถรีดพลังของเครื่องได้ค่อนข้างดีมาก
เริ่มจากทดสอบ AnTuTu Benchmark ก่อนเลย
Nexus 6 นั้นมาพร้อมกับ Android 5.0 Lollipop จึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ Material Design อย่างเต็มที่ มีลูกเล่นเพิ่มเข้ามามากขึ้นกว่าเดิมจากตอน 4.4 KitKat โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Animation วิ๊งวับ วูบวาบ และหวือหวาไปมาในอมยิ้มนี้ (จะเข้าใจป่าวหว่า)
ถ้ายังนึกไม่ออกก็ลองดูตัวอย่างวีดีโอกันแบบคร่าวๆดูก่อน
หน้าต่าง App Drawer ที่มีพื้นหลังเป็นสีขาวที่ใครหลายๆคนบอกว่าอยากได้โปร่งใสแบบเดิม

แอพ Photo สำหรับเปิดดูรูปภาพ ที่ในตอนนี้ Gallery ของเดิมนั้นถูกถอดออกไปแล้ว แล้วเปลี่ยนให้ใช้ตัวนี้แทน ซึ่งอาจจะดูไม่ถูกใจสำหรับใครหลายๆคน แต่ก็ไปหาแอพ Gallery ตัวอื่นมาใช้แทนกันได้นะจ๊ะ

การตั้งค่าใน Settings มีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมอะไรหลายๆอย่างเข้ามา อย่างเช่น Adaptive Brightness ซึ่งเดิมคือ Auto Brightness แต่ในเวอร์ชันนี้มีความสามารถเพิ่มเติมเข้ามา จึงเปลี่ยนคำเรียกใหม่ เพราะว่า Adaptive Brightness ถึงแม้ว่าจะเป็นการปรับแสงอัตโนมัติก็จริง แต่จะอิงจากค่าความสว่างที่ผู้ใช้กำหนดไว้
เช่น ผมตั้งความสว่างไว้ปานกลาง เจ้า Adaptive Brightness ก็จะคอยปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม โดยอิงจากค่าความสว่างปานกลาง

Battery Saving เป็นโหมดพลังงานที่จะเปิดใช้งานเมื่อแบตใกล้หมดได้ เพื่อช่วยยืดระยะเวลาใช้งานไปอีก

Data Encryption หรือการเข้ารหัสข้อมูลในเครื่องเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ทว่าก็ทำให้เครื่องทำงานเยอะขึ้นเช่นกัน
ซึ่งบน Nexus 6 จะถูกบังคับให้ Encrypt ไว้เลย ไม่สามารถเปลี่ยนได้
และในหน้าเดียวกันนั้นก็จะมี Screen Pinning ที่เอาไว้ล็อคหน้าแอพที่ไม่อยากให้คนอื่นกดเปลี่ยนไปแอพตัวอื่น
(ให้เพื่อน ให้หลาน ให้ลูก ให้น้องยืมเล่น แต่ไม่อยากให้กดไปใช้แอพตัวอื่นได้)

App Recent ถูกเปลี่ยนมาแสดงผลเป็นรูปแบบการ์ดซ้อนกัน ซึ่งแอพที่แสดงในนี้ไม่ได้หมายความว่าเปิดอยู่
แต่เป็นเสมือน History ที่แสดงว่าผู้ใช้เคยเปิดใช้แอพไหนบ้าง ต่อให้ปิดเครื่องเปิดใหม่ก็จะยังมี History
แสดงให้เห็นอยู่ และถ้าเปิด Screen Pinning ไว้ ก็กำหนด Pin จากที่นี่ได้เลย
หน้า Lockscreen มีเรื่องของความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สามารถกำหนดใน Settings ได้ว่าจะให้แสดงเนื้อหาของ Notification
ในหน้า Lockscreen หรือไม่ หรือต้องปลดล็อคหน้าจอก่อนเท่านั้นจึงจะแสดงเนื้อหาให้เห็น เพื่อ
ป้องกันคนอื่นมาส่อง Notification จากหน้า Lockscreen

และมีบางแอพที่ยังไม่รองรับกับ Lollipop (รอนักพัฒนาอัพเดทให้รองรับอีกที)
มีระบบ User สำหรับ Phone แล้ว เวอร์ชันก่อนหน้านี้จะมีแต่บน Tablet เท่านั้น ทำให้ Nexus 6 สามารถสร้าง User
ได้ตามใจชอบ โดยที่แอพและข้อมูลใน Storage จะแยกกันสิ้นเชิง (แม้แต่ตอนเสียบคอมด้วย)
สามารถพูด OK Google เพื่อเรียก Google Now ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเปิดแอพใดๆอยู่หรือว่าปิดหน้าจอก็ตาม
ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้อย่างสะใจ
ด้วยหน้าจอ 5.96 นิ้ว ความละเอียด 2560x1440 พิกเซล และลำโพงสเตอริโอคู่หน้า นี่มันเกิดมาเพื่อ Entertainment ชัดๆ!!
ลำโพงเสียงดังได้ใจมาก เวลาใช้งานจริงๆ ปรับระดับเสียงแค่ครึ่งเดียวก็เพียงพอแล้ว
ที่ผมสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ ลำโพงของ Nexus 6 ปรับได้เบามากและก็ดังมาก สมมติว่ามือถือปรับเสียงได้ 10 ระดับ และ 0 คือปิดเสียง
ที่ระดับ 1 ของ Nexus 6 จะไม่ดังเท่าเครื่องอื่นๆ แต่จะเบามากจนเกือบไม่มีเสียง และที่ระดับ 10
จะเสียงดังที่สุดเช่นกัน หรือเรียกได้ว่า Nexus 6 ปรับระดับเสียงได้ละเอียดมาก
จากเดิมที่คิดว่าเครื่องใหญ่พกก็ยาก ถือก็ลำบาก แต่พอได้เล่นเกมเท่านั้นแหละ รู้สึกเลยว่าจอใหญ่มันดียังไง

