Xperia Z5 Premium ราคามือถือโซนี่ ราคามือถือมาบุญครอง ราคามือถือ
14,290.00 บาท
27,800.00 บาท
ติดต่อสอบถาม

 

Sony Xperia Z5 Premium 5.5" 4G LTE ( โซนี่ Xperia Z5 Premium )

สเปค ข้อมูลเครื่อง จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 3840x2160 Pixels (4K UHD : กว้าง 5.5 นิ้ว : 806 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 430

ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8994 Snapdragon 810 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.0 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz) พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop)

- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และ RAM ขนาด 3 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 200 GB

- กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 23 ล้าน Pixels พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบไฮบริด (Hybrid Auto Focus) และกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

- กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ พร้อมการปิดผนึกด้วยกระจกที่ด้านหลัง กับคุณสมบัติในการป้องกันน้ำป้องกันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP65/IP68 และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านข้างของตัวเครื่อง

 

 

ระบบสัญญาณ Tri Mode (LTE/WCDMA/GSM) 

- LTE Band 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 17, 20, 28, 38, 40 (700/800/850/900/1700/1800/1900/2100/2300/2600 MHz) 

- WCDMA/HSDPA Quad Band (850/900/1900/2100 MHz) 

- GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz) 

- ใช้งานร่วมกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM เท่านั้น

ขนาด 154.4x75.8x7.8 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 180 กรัม

ชนิดจอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 3840x2160 Pixels (4K UHD : กว้าง 5.5 นิ้ว : 806 ppi) 

- หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 430 

- เทคโนโลยี Triluminos Display for Mobile 

- เทคโนโลยี X-Reality Engine 

- เทคโนโลยี Dynamic Contrast Enhancer 

- กระจกหน้าจอมีคุณสมบัติในการป้องกันรอยขีดข่วน (Scratch-Resistant Glass) 

- เทคโนโลยีการเคลือบกระจกแบบ Oleophobic Coating ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือบนหน้าจอ 

- ระบบสัมผัสแบบหลายจุด (Multi-Touch : สูงสุด 10 จุดพร้อมกัน) 

- ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ 

- ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน 

- ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ Gyro Sensor

ชนิดแบตเตอรี่ Li-Ion 3430 mAh 

- รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (Quick Charge 2.0 : Fast Battery Charging) 

- ชาร์จแบตเตอรี่ได้ 60% ภายในเวลา 30 นาที 

- ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้

ระยะเวลารอรับสายสูงสุด ประมาณ - ชั่วโมง

ระยะเวลาสนทนาสูงสุด ประมาณ - ชั่วโมง

ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8994 Snapdragon 810 (ซีพียู Quad-Core Cortex-A57 ความเร็ว 2.0 GHz และ Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.5 GHz)

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop)

หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB

หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB

รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 200 GB

หน่วยความจำสมุดโทรศัพท์

บันทึกข้อมูลการโทร (โทรออก, รับสาย, ไม่รับสาย)

 

 

HTML Browser 

- รองรับมาตรฐาน HTML5

WiFi (WLAN : Wireless LAN : 802.11 a/b/g/n/ac) 

- เทคโนโลยี MIMO (Multi-Input Multi-Output) ที่มาพร้อมตัวรับสัญญาณ WiFi 2 ชิ้นภายในเครื่องเดียว ซึ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรับสัญญาณ WiFi ที่ดีขึ้น และมีความเร็วมากกว่าเดิม 

- รองรับความถี่ WiFi แบบ Dual Band (2.4 และ 5 GHz) 

- เทคโนโลยี WiFi Direct รองรับการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องได้โดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยเครือข่าย หรือตัวกระจายสัญญาณ WiFi 

- สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับเครือข่ายแบบ DLNA (Digital Living Network Alliance) 

- ฟังก์ชัน WiFi hotspot สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ WiFi

LTE Cat6 (ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 300 Mbps : ความเร็วในการอัพโหลดสูงสุด 50 Mbps)

HSDPA (42.2 Mbps) : HSUPA (5.76 Mbps)

EDGE (107 Kbps)

GPRS (296 Kbps)

NFC (Near Field Communication : การสื่อสารข้อมูลระยะใกล้ : อ่าน, เขียน, แชร์)

Bluetooth เวอร์ชัน 4.1 

- เทคโนโลยี aptX (เทคโนโลยีการเข้ารหัสเสียง และส่งสัญญาณเสียงผ่านทางบลูทูธ โดยมีคุณภาพเสียงที่เทียบเท่ากับแผ่น CD) 

- รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP)

ANT+

USB Data Cable (microUSB : USB เวอร์ชัน 2.0) 

- รองรับการใช้งาน USB Host 

- รองรับเทคโนโลยี MHL (Mobile High-Definition Link : MHL 3.0) 

- รองรับการเชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอกผ่านทางสาย MHL

ช่องต่อสายหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) 

- ฟังก์ชัน A-GPS ในตัว (Assisted Global Positioning System) 

- รองรับการใช้งานกับระบบดาวเทียมของรัสเซีย (GLONASS : Global Navigation Satellite System) 

- รองรับการใช้งานกับระบบดาวเทียมของจีน (Beidou : Global Navigation Satellite System) 

- ระบบเข็มทิศดิจิทัล (Digital Compass) 

- ค้นหาข้อมูลแผนที่ผ่านทางโปรแกรม Google Maps

ค้นหาและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านทาง Google Play Store

ค้นหาและเปิดดูคลิปวีดีโอบน YouTube

ค้นหาข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น Google Search และฟังก์ชัน Google Now

 

 

 

เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic Ringtones 

- รองรับไฟล์เสียงเรียกเข้าแบบ MP3, WAV 

- แสดงรูปภาพขณะมีสายเรียกเข้า (Photo Caller ID) 

- ระบบสั่นในตัว

นาฬิกาบอกเวลา

นาฬิกาแสดงเวลาทั่วโลก

ตั้งปลุก

โปรแกรม Organizer

ปฏิทินพร้อมบันทึกนัดหมาย

เครื่องคิดเลข

โปรแกรมเล่นไฟล์เพลง FLAC, MP3, AAC, AAC+, eAAC+, WAV, WMA 

- เทคโนโลยี High-Res Audio (High-Resolution Audio) (LPCM, FLAC, ALAC, DSD) 

- เทคโนโลยี DSEE HX, LDAC, Digital Noise Cancelling, Clear Audio+, S-Force Front Surround

โปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอ XviD, MPEG4, WMV, H.263, H.264, H.265

ลำโพงเสียงแบบ Stereo Speakers ในตัว

เซ็นเซอร์ตรวจวัดความกดอากาศ (Barometer Sensor)

โปรแกรมเปิดอ่านไฟล์เอกสาร

ไมโครโฟนแยกเฉพาะสำหรับการสนทนา พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก

บันทึกเสียง 

- รองรับระบบการบันทึกเสียงแบบ Stereo

Handsfree และ Speakerphone ในตัว

 

 

กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ พร้อมการปิดผนึกด้วยกระจกที่ด้านหลังของตัวเครื่อง

ตัวเครื่องมีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP65 และ IP68 

- ป้องกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นานต่อเนื่อง 30 นาที

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านข้างของตัวเครื่อง สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน

กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 23 ล้าน Pixels 

- ความละเอียดสูงสุดของภาพถ่าย 5520x4140 Pixels 

- เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Sony Exmor RS 

- เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.3 นิ้ว 

- เลนส์มุมกว้าง (ทางยาวโฟกัส 24 มิลลิเมตร) 

- ไฟแฟลชในตัว (Pulse LED Flash) 

- ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบไฮบริด (Hybrid Auto Focus) (โฟกัสวัตถุได้ภายในเวลา 0.03 วินาที) 

- ระบบเลือกจุดโฟกัสภาพด้วยการสัมผัส (Touch Focus) 

- ฟังก์ชัน Face Detection ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการโฟกัสไปที่ใบหน้าของผู้ถูกถ่าย 

- ซูมภาพแบบไม่สูญเสียรายละเอียดได้สูงสุด 5 ระดับ (Clear Image Zoom) 

- ซูมภาพแบบดิจิทัลได้ 5 ระดับ (Digital Zoom) 

- กำหนดค่าความไวแสง (ISO) ได้สูงสุดที่ ISO 12800 (ภาพนิ่ง) หรือ ISO 3200 (วิดีโอ) 

- โหมดถ่ายภาพแบบ HDR (High Dynamic Range) 

- โหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง (Panorama Mode) 

- ฟังก์ชัน Geotagging รองรับการแนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกไปกับรูปถ่าย 

- โปรแกรมตกแต่งแก้ไขรูปภาพ 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (4K UHD : 2160p : 3840x2160 Pixels : 30 fps) 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels : 60 fps) 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (HD 720p : 1280x720 Pixels : 120 fps) 

- ระบบป้องกันการสั่นไหวสำหรับการถ่ายภาพวิดีโอ (SteadyShot พร้อมโหมด Intelligent Active : Digital Video Stabilization) 

- โหมดถ่ายวิดีโอแบบ HDR (Video High Dynamic Range) 

- โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ

กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels 

- เลนส์มุมกว้าง (ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร) 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels) 

- ระบบป้องกันการสั่นไหวสำหรับการถ่ายภาพวิดีโอ (SteadyShot พร้อมโหมด Intelligent Active : Digital Video Stabilization) 

- โหมดถ่ายวิดีโอแบบ HDR (Video High Dynamic Range) 

- รองรับการใช้งานฟังก์ชัน Video Calling (สนทนาพร้อมภาพวิดีโอ)

วิทยุ FM Stereo ในตัว พร้อมรองรับการใช้งานระบบ RDS (Radio Data System)

มี 3 สีมาตรฐานให้เลือก (Chrome, Black และ Gold)

 

Sony Xperia Z5 : โซนี่ เปิดตัว Sony Xperia Z5 แล้ว มาพร้อมกล้องความละเอียด 23 ล้านพิกเซล เพิ่มเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และรุ่นพรีเมียม Xperia Z5 Premium หน้าจอความละเอียด 4K ตัวแรกของโลก

 

      

Xperia Z5 Premium นั้นเป็นรุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นทอปของทอป ไม่รู้ว่าโซนี่นึกอะไรขึ้นมาถึงได้ยัดจอความละเอียดสูงถึง 4K ลงมาในมือถือหน้าจอ 5.5 นิ้ว ทั้งๆ ที่เมื่อปีก่อนโซนี่เคยให้สัมภาษณ์ว่าจอความละเอียด QHD หรือจอ 2K นั้นยังเกินความจำเป็นไปสำหรับมือถือ แต่สำหรับ Xperia Z5 Premium นี่โซนี่เล่นข้าม 2K ไปถึง 4K กันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามดูจากกระแสของสื่อต่างประเทศหลายๆ เจ้าที่ได้สัมผัสจับต้องกันแล้ว โดยรวมค่อนข้างประทับใจกับหน้าจอของ Xperia Z5 Premium กันครับ

นอกจากนี้แล้วโซนี่ยังอวดสรรพคุณอีกด้วยว่าทั้ง Xperia Z5, Xperia Z5 Compact และ Xperia Z5 Premium สามารถใช้งานได้ยาวนานติดต่อกันโดยไม่ต้องชาร์จได้ถึง 2 วัน ... สำหรับ Xperia Z5กับ Xperia Z5 Compact คงไม่น่าแปลกใจเท่าไร ที่น่าแปลกใจคือ Xperia Z5 Premium ที่มีจอ 4K เนี่ยนะ สามารถใช้งานได้ยาวนานขนาดนั้น เพราะถ้าหากว่ามันใช้งานได้นานข้ามวันตามที่ว่าล่ะก็ โซนี่ต้องทำการบ้านมาดีมากๆ แน่ๆ

 

สเปค Sony Xperia Z5 Premium

 

 

  • หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว แบบ IPS Display และเทคโนโลยี TRILUMINOUS + X-reality ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล (806 ppi) **รุ่นแรกของโลก
  • หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor (Qualcomm Snapdragon 810 chipset) ความเร็ว 2 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 430 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
  • หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 200 GB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล เลนส์ขนาด 1/2.3 นิ้ว, มุมกว้าง 24 มม., รูรับแสงกว้าง F/2.0
  • รองรับการถ่ายคลิปวีดีโอความละเอียด 4K พร้อมโหมด Active Mode และ SteadyShot
  • สามารถปรับ ISO ได้สูงสุด 3,200 (สำหรับวีดีโอ) และ 12800 (สำหรับภาพ)
  • รัน Android 5.1.1 (Lollipop)
  • แบตเตอรี่ขนาด 3430 mAh
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว
  • มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ, สีทอง และสีโครเมียม

 

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการตามคาดแล้ว สำหรับ Sony Xperia Z5 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นปลายปี ที่ในปีนี้ เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่นเลยทีเดียว นอกเหนือจาก Sony Xperia Z5 รุ่นปกติแล้ว ยังมี Sony Xperia Z5 Compactและ Sony Xperia Z5 Premium ที่รุ่นนี้ มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดระดับ 4K รุ่นแรกของโลกอีกด้วย

โดยสเปคของแต่ละรุ่น เป็นดังนี้

สเปค Sony Xperia Z5

  • หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว แบบ IPS Display และเทคโนโลยี TRILUMINOUS + X-reality ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (428 ppi)
  • หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor (Qualcomm Snapdragon 810 chipset) ความเร็ว 2 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 430 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
  • หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB รองรับ microSD Card
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล เลนส์ขนาด 1/2.3 นิ้ว, มุมกว้าง 24 มม., รูรับแสงกว้าง F/2.0
  • รัน Android 5.1.1 (Lollipop)
  • ขนาดตัวเครื่อง 146 x 72 x 7.3 มม.
  • น้ำหนัก 154 กรัม
  • แบตเตอรี่ขนาด 2900 mAh
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว
  • มี 4 สีให้เลือก ได้แก่ White, Graphite Black, Gold และ Green

 

 

 

                 

 

 

 

                 

 

    

 

สำหรับงาน IFA 2015 ที่ผ่านนี้มีการเปิดตัวสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ผลิตหลายเจ้าหลายยี่ห้อ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของสื่อผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากนั้นจะหนีไปพ้นเจ้า Xperia Z5ของ Sony ที่เป็นการกลับมาอีกครั้งของมือถือเรือธงแบรนด์ Xperia พร้อมกับเทคโนโลยีใหม่มากมายที่ข้ามขั้นจาก Xperia Z3 เมื่อปีก่อนมาเยอะมาก ทำเอาสื่อหลายสำนักต้องออกปากชมกันเลยทีเดียว 

ถ้าใครได้อ่านสเปคของพี่น้องกลุ่ม Xperia Z5 ไปแล้วก็น่าจะพบว่าส่วนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมามากที่สุดนั้นก็คือส่วนของกล้อง ที่ทางโซนี่ใส่ใจกับการพัฒนาเซนเซอร์ใหม่เป็นอย่างมาก โดยได้ร่วมกับทีมวิศวกรกล้อง Alpha ของโซนี่เองเพื่อพัฒนาให้กล้องของ Xperia Z5 นั้นมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นพร้อมทั้งได้คุณสมบัติใหม่ๆ มาอีกเพียบเลย นอกจากเรื่องกล้องแล้วก็มีฟีเจอร์อีกหลายอย่างที่น่าสนใจ รวมแล้วนับได้ 20 ฟีเจอร์ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

 

กล้อง

1. เซนเซอร์กล้องตัวใหม่

     

 

กล้องของ Xperia Z5 นั้นมาพร้อมกับเซนเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของทางโซนี่ เป็นเซนเซอร์ใหม่เอี่ยมยังไม่เคยแอบเอาขายให้ใครที่ไหนใช้ก่อน โดยเซนเซอร์ Exmor RS ตัวใหม่นี้มีขนาด 1/2.3 นิ้ว สามารถเก็บภาพได้ความละเอียดสูงสุด 23 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K และการบีบอัดวิดีโอแบบ HEVC (High Efficiency Video Coding) h.265

 

 

2. ใช้เลนส์มุมกว้างทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

     

 

แม้ว่ากล้องหน้าของ Xperia Z5 จะมีความละเอียดเพียง 5 ล้านพิกเซล สู้มือถือรุ่นเซลฟีไม่ค่อยได้ แต่ก็มาพร้อมกับเลนส์มุมกว้าง 25 มิลลิเมตร และไม่ใช่เพียงแค่กล้องหน้าเท่านั้น กล้องหลังของ Xperia Z5 ก็ใช้เลนส์มุมกว้าง 24mm ด้วยครับ

 

 

3. ซูมภาพโดยไม่เสียความละเอียดได้ 5 เท่า

     

 

สำหรับ Xperia Z5 นั้นโซนี่ได้อัพเกรดฟีเจอร์การซูมนี้จาก Xperia รุ่นก่อนๆ ที่สามารถซูมได้โดยไม่เสียความละเอียด 3 เท่า กลายเป็น 5 เท่า เนื่องจากเซนเซอร์ที่มีความละเอียดมากขึ้นทำให้สามารถซูมในลักษณะนี้ได้ และสำหรับการซูมแบบปกติก็ทำได้ 8 เท่าครับ

 

 

4. โฟกัสภาพใน 0.03 วินาที ด้วย Hybrid Auto Focus

 

       

 

ด้วยเทคโนโลยี Hybrid Auto Focus ที่อาศัยหลักของ Phase Detection เข้ามาช่วยจับโฟกัสภาพ ทำให้ Xperia Z5 กลายเป็นมือถือที่มีกล้องที่สามารถจับโฟกัสได้รวดเร็วที่สุดในโลก ณ เวลานี้ โดยใช้เวลาเพียง 0.03 วินาทีเท่านั้น ช่วงเวลานี้สั้นกว่าเวลาที่มนุษย์เราใช้สำหรับการกะพริบตาอีกครับ ลองดูตัวอย่างในคลิปได้เลยครับ ในคลิปจะเป็นการเปรียบเทียบความเร็วระหว่าง Xperia M5 (ช่วงต้น / ความเร็วโฟกัส 0.25 วินาที) กับ Xperia Z5 (ช่วงกลางๆ คลิป)

 

 

5. ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น

     

 

กล้องของ Xperia Z5 นั้นมาพร้อมกับ G Lens ที่ช่วยกล้องรับแสงได้มากขึ้นและหน่วยประมวลผลภาพ Bionz for mobile ที่ช่วยให้สามารถเก็บภาพในสภาพแสงน้อยได้ดี รวมทั้งผลพลอยได้ของการที่สามารถจับโฟกัสได้ไว ก็จะทำให้ Xperia Z5 สามารถจับภาพในเวลากลางคืนหรือในที่มืดได้ดีขึ้นนั่นเองครับ 

 

 

6. ระบบกันสั่น SteadyShot ใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งมาให้ดีขึ้น

 

      

 

แม้ว่าโซนี่จะไม่ได้ประกาศว่า Xperia Z5 นั้นมีฮาร์ดแวร์สำหรับป้องกันการสั่น (OIS) ขณะถ่ายวิดีโอหรือไม่ แต่จากที่โซนี่ได้โชว์ประสิทธิการกันสั่นด้วย SteadyShot ที่ปรับปรุงใหม่ใน Xperia Z5 ก็เห็นได้ชัดว่าระบบกันสั่นของเรือธงตัวใหม่นี้น่าประทับใจมากๆ อาการสั่นหงึกๆ หงักๆ หายไปเกือบหมดเลยทีเดียว

 

 

7. แอปพลิเคชันกล้องตัวใหม่

     

 

Xperia Z5 นั้นนอกจากจะมีฮาร์ดแวร์ของกล้องที่ใหม่ยกชุดแล้ว ฝั่งซอฟท์แวร์เองก็ได้รับการพัฒนาขึ้นเช่นกัน สังเกตได้จากภาพหรือคลิปต่างๆ ที่ได้ดูไปข้างบนจะเห็นว่าหน้าตาของแอปพลิเคชันกล้องของ Xperia Z5 นั้นเปลี่ยนไป โดยฝั่งซ้ายนั้นเป็นเมนูปรับแต่งภาพที่สามารถกดปรับได้สะดวกขึ้น และยังสามารถปรับ Saturation และ Brightness ของภาพที่จะถ่ายได้อีกด้วย

 

 

จอภาพ

8. X-reality for Mobile

     

 

มือถือรุ่นเรือธงของโซนี่นั้นมักจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีจอภาพที่ดัดแปลงมาจากฝั่งของตลาดทีวี Bravia ของโซนี่ X-reality ก็เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของทีวีโซนี่ ที่ช่วยให้จอภาพสามารถแสดงผลภาพความละเอียดต่ำให้คมชัดขึ้นได้ ทำให้การรับชมภาพผ่านของ Xperia Z5 นั้นจะดูคมชัดขึ้นกว่ามือถืออื่นๆ

 

9. หน้าจอ Triluminos 

     

 

 

เทคโนโลยีหน้าจอ Triluminos ของโซนี่นั้นค่อนข้างโด่งดังในตลาดทีวี เนื่องจากเป็นการเพิ่มช่วงการแสดงสีบนหน้าจอให้มีความละเอียดมากขึ้นกว่าหน้าจอปกติ ด้วยหน้าจอ Triluminos นี้ทำให้Xperia Z5 สามารถแสดงสีสันบนหน้าจอได้สวยสดใจและสมจริง

 

10. เทคโนโลยี Dynamic Contrast Enhancer

 

สำหรับ Dynamic Contrast Enhancer นั้นจะว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่เอี่ยมก็ไม่เชิงเพราะมันประกอบไปด้วยความสามารถ 3 อย่างด้วยกันคือ การแสดงผลหน้าจอได้ชัดแม้อยู่ในที่แสงจ้าที่พัฒนามาตั้งแต่ Xperia รุ่นก่อนหน้านี้, รองรับการแสดงผลในมุมมองกว้าง สีสันสดใสไม่เพี้ยน และสิ่งที่เป็นของใหม่จริงๆ ก็คือการแสดงรายละเอียดเนื้อหาบนจอที่เป็นภาพโทนมืด คล้ายกับการมองภาพถ่าย HDR ที่เก็บรายละเอียดทั้งที่มืดและที่ว่างได้ครบนั่นเอง

 

11. จอความละเอียด 4K

 

 

 

 

Xperia Z5 Premium นั้นจะมีความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 4K 2160 x 3840 พิกเซล ซึ่งโซนี่อ้างว่าเป็นสมาร์ทโฟนจอ 4K รุ่นแรกของโลก ด้วยหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วทำให้ Xperia Z5 Premium นั้นมีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 806ppi (พิกเซลต่อนิ้ว) เลยทีเดียวครับ นอกจากนี้แล้วยังมีความสามารถในการ upscale ภาพวิดีโอที่ความละเอียดต่ำกว่า 4K ให้ใกล้เคียงกับวิดีโอ 4K ได้อีกด้วย

 

 

ระบบเสียง

12. รองรับกับเล่นไฟล์เพลงความละเอียดสูง Hi-res Audio

      

 

โซนี่ชูดเรื่องนี้เป็นจุดเด่นมาตั้งแต่ Xperia Z3 เมื่อปีก่อน โดยรายละเอียดคือมือถือ Xperia นั้นรองรับกับการเล่นไฟล์เพลงความละเอียดสูง ไม่ว่าจะเป็นไฟล์สกุล LPCM, ALAC, FLAC, DSD และรองรับ bitrate/sampling rate สูงสุด 24bit/192kHz และสามารถเล่นเพลงแบบไร้สาย (Wireless) ได้ความละเอียดสูงสุด 24bit/96kHz ด้วยเทคโนโลยี LDAC

 

 

13. เทคโนโลยี DSEE HX

     

สำหรับ DSEE HX นั้นก็เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ทางระบบเสียงที่โซนี่เคยทำมาก่อนใน Walkman แล้วก็ได้มาสถิตย์อยู่ใน Xperia ด้วยเช่นกัน โดยเจ้า DSEE HX นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ดึงรายละเอียดของเสียงในไฟล์เพลงที่ไม่ได้มีความละเอียดสูง (Lossy audio) เช่น AAC, MP3 ให้ได้เสียงโทนสูงที่มักจะสูญหายไปจากขั้นตอนการบีบอัดไฟล์เสียงกลับคืนมา (upscale) ทำให้คล้ายกับการฟังเพลงความละเอียดสูงนั่นเองครับ

 

 

14. Digital Noise Canceling