Apple I Phone 6S Plus 5.5"Space Gray_ 128GB เครื่องศูนย์ ราคาไอโฟน ราคามือถือมาบุญครอง
สินค้าลดราคา
25,700.00 บาท
37,900.00 บาท
ติดต่อสอบถาม

 

รายละเอียด I Phone 6s 5.5"128gb เครื่องศูนย์รับประกันศูนย์ Mac สี Space Gray

 
ราคามือถือ Apple iPhone 6s Plus 128GB

(ปรับปรุง เมื่อเดือนก่อน)

Apple iPhone 6s Plus 5.5" Space Gray/โมเดล TH เครื่องศูนย์ Mac Center และ I Service 128GB  รีวิวสเปคมือถือ i Phone 6S จอแสดงผลแบบ Retina HD IPS LCD (LED-Backlit) Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1334x750 Pixels (กว้าง 4.7 นิ้ว : 326 ppi) พร้อมเทคโนโลยี 3D Touch ที่รองรับการแยกแยะน้ำหนักของการสัมผัสหน้าจอ

ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Apple A9 (64-bit) พร้อมหน่วยประมวลผล M9 Motion Coprocessor สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหว และระบบปฏิบัติการ iOS 9

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID Sensor : Fingerprint Identity Sensor) บนปุ่ม Home สำหรับตรวจสอบสิทธิในการเข้าใช้งานเครื่องด้วยการสแกน และวิเคราะห์ลายนิ้วมือ พร้อมรองรับการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางบริการ Apple Pay

เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC หรือ Bluetooth

กล้องดิจิทัล iSight Camera ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels และกล้องดิจิทัล FaceTime Camera ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels พร้อมฟังก์ชัน Retina Flash

 

ระบบสัญญาณ Tri Mode (LTE/WCDMA/GSM) 

- LTE (Bands 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 27, 28, 29, 30) 

- WCDMA/HSDPA Penta Band (850/900/1700/1900/2100 MHz) 

- GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz) 

- ใช้งานร่วมกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM เท่านั้น

ขนาด 138.3x67.1x7.1 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 143 กรัม

ชนิดจอแสดงผลแบบ 3D Touch Retina HD IPS LCD (LED-Backlit) Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1334x750 Pixels (กว้าง 4.7 นิ้ว : 326 ppi) 

- หน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลมากกว่าจีพียูใน iPhone 6 ประมาณ 90% 

- เทคโนโลยี 3D Touch รองรับการแยกแยะน้ำหนักของการสัมผัสหน้าจอ 

- ค่าความเปรียบต่าง (Contrast Ratio) 1400:1 

- ระดับความสว่างสูงสุด 500 cd/m2 

- จุดพิกเซลแบบ Dual-Domain เพื่อมุมมองที่กว้างขึ้น 

- ชั้นฟิล์ม Polarizer ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการแสดงผลในที่กลางแจ้ง 

- ฟังก์ชัน Display Zoom 

- กระจกหน้าจอแบบ Ion-Strengthened Glass มีความโค้งมนที่บริเวณขอบ 

- กระจกหน้าจอมีคุณสมบัติในการป้องกันการแตก (Shatter-Proof Display) 

- เทคโนโลยีการเคลือบกระจกแบบ Oleophobic Coating ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือบนหน้าจอ 

- ระบบสัมผัสแบบหลายจุด (Multi-Touch) 

- ระบบ Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ 

- ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน 

- ระบบ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม 

- ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3-Axis Gyro Sensor

ชนิดแบตเตอรี่ Li-Ion Polymer

ระยะเวลารอรับสายสูงสุด ประมาณ 240 ชั่วโมง

ระยะเวลาสนทนาสูงสุด ประมาณ 14 ชั่วโมง

ระยะเวลาการฟังเพลงต่อเนื่องสูงสุด ประมาณ 50 ชั่วโมง

ระยะเวลาการเปิดดูวิดีโอต่อเนื่องสูงสุด ประมาณ 11 ชั่วโมง

ระยะเวลาการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบเครือข่าย ประมาณ 10 ชั่วโมง (3G และ LTE)

ระยะเวลาการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ WiFi ประมาณ 11 ชั่วโมง

ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Apple A9 (64-bit) 

- มีความเร็วในการประมวลผลมากกว่าชิปเซ็ตใน iPhone 6 (Apple A8) ประมาณ 70% 

- มาพร้อมหน่วยประมวลผล M9 Motion Coprocessor สำหรับประมวลผลการเคลื่อนไหว

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ iOS 9

หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB, 64 GB หรือ 128 GB

รองรับการเก็บบันทึกข้อมูลแบบ Cloud Storage ด้วยบริการ iCloud 

- ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ iCloud Keychain

หน่วยความจำสมุดโทรศัพท์

บันทึกข้อมูลการโทร (โทรออก, รับสาย, ไม่รับสาย)

ปุ่ม Home ถูกออกแบบ และพัฒนาด้วยโครงสร้างแบบ 4 ชิ้น 

- กระจกชั้นนอกผลิตจาก Sapphire Crystal 

- วงแหวนรอบนอกผลิตจากโลหะ Stainless Steel 

- เซ็นเซอร์ Touch ID บางเฉียบเพียง 170 ไมครอน พร้อมความละเอียดระดับ 500 ppi 

- สวิตช์แบบ Tactile Switch ที่ชั้นในสุด

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID Sensor : Fingerprint Identity Sensor) บนปุ่ม Home 

- ตรวจสอบสิทธิในการเข้าใช้งานเครื่องด้วยการสแกน และวิเคราะห์ลายนิ้วมือ 

- รองรับการสั่งซื้อเพลงบน iTunes ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ 

- รองรับการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทางบริการ Apple Pay

 

SMS (Short Messaging Service)

MMS (Multimedia Messaging Service)

Email 

- รองรับการใช้งานระบบ Push Email 

- รองรับการใช้งานบริการระบบอีเมลของ Gmail 

- รองรับการใช้งานไฟล์แนบ (Mail Attachment) (.jpg, .tiff, .gif, .doc, .docx, .htm, .html, .key, .numbers, .pages, .pdf, .ppt, .pptx, .txt, .rtf, .vcf, .xls, .xlsx, .zip, .ics)

Instant Messaging

แอปพลิเคชัน iMessage

SNS (Social Network Service) 

- รองรับการใช้งาน Facebook, Twitter

ระบบสะกดคำอัตโนมัติ

 

HTML Browser (Safari)

WiFi (WLAN : Wireless LAN : 802.11 a/b/g/n/ac) 

- เทคโนโลยี MIMO (Multi-Input Multi-Output) ที่มาพร้อมตัวรับสัญญาณ WiFi 2 ชิ้นภายในเครื่องเดียว ซึ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรับสัญญาณ WiFi ที่ดีขึ้น และมีความเร็วมากกว่าเดิม 

- รองรับความถี่ WiFi แบบ Dual Band (2.4 และ 5 GHz) 

- ฟังก์ชัน WiFi hotspot สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ WiFi 

- รองรับการใช้งาน AirPlay Mirroring

LTE Cat4 (ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 150 Mbps : ความเร็วในการอัพโหลดสูงสุด 50 Mbps)

HSDPA (42 Mbps) : HSUPA (5.76 Mbps)

EDGE

GPRS

NFC (Near Field Communication : การสื่อสารข้อมูลระยะใกล้ : อ่าน, เขียน, แชร์) 

- รองรับการใช้งานร่วมกับบริการ Apple Pay

Bluetooth เวอร์ชัน 4.2 

- รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP)

USB Data Cable (Lightning to USB : USB เวอร์ชัน 2.0) 

- รองรับการเชื่อมต่อแสดงผลผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ (TV Out) ผ่านทางสาย Lightning Digital AV Adapter และ Lightning to VGA Adapter 

- รองรับการใช้งาน Video Mirroring

แชร์ไฟล์ผ่านทางฟังก์ชัน AirDrop

ช่องต่อสายหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) 

- ฟังก์ชัน A-GPS ในตัว (Assisted Global Positioning System) 

- รองรับการใช้งานกับระบบดาวเทียมของรัสเซีย (GLONASS : Global Navigation Satellite System) 

- ระบบเข็มทิศดิจิทัล (Digital Compass) 

- รองรับเทคโนโลยี iBeacon Microlocation

ค้นหา และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมผ่านทาง App Store

 

เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic Ringtones 

- รองรับไฟล์เสียงเรียกเข้าแบบ MP3 

- แสดงรูปภาพขณะมีสายเรียกเข้า (Photo Caller ID) 

- ระบบสั่นในตัว

นาฬิกาบอกเวลา

นาฬิกาแสดงเวลาทั่วโลก

ตั้งปลุก

โปรแกรม Organizer

ปฏิทินพร้อมบันทึกนัดหมาย

เครื่องคิดเลข

โปรแกรมเล่นไฟล์เพลง AAC (8 ถึง 320 Kbps), Protected AAC (จาก iTunes Store), HE-AAC, MP3 (8 ถึง 320 Kbps), MP3 VBR, Audible (formats 2, 3, 4, Audible Enhanced Audio, AAX และ AAX+), Apple Lossless, AIFF และ WAV 

- รองรับการจำกัดระดับเสียงสูงสุดด้วยตนเอง

โปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอ MOV, MPEG4, H.264, M4V, Motion JPEG, AVI

ลำโพงเสียงในตัว (Loudspeaker)

โปรแกรมเปิดอ่าน และแก้ไขไฟล์เอกสาร

แอปพลิเคชัน iBooks สำหรับการเปิดอ่านไฟล์ PDF

เซ็นเซอร์ตรวจวัดความกดอากาศ (Barometer Sensor)

ไมโครโฟนแยกเฉพาะสำหรับการสนทนา พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก

ฟังก์ชัน Siri สำหรับการสั่งงาน หรือโต้ตอบด้วยเสียงพูด

โทรออกด้วยเสียง

บันทึกเสียง

Handsfree และ Speakerphone ในตัว

 

บอดี้ตัวเครื่องหล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน พร้อมวัสดุแบบ Aluminium 7000 Series

กล้องดิจิทัล iSight Camera ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels 

- เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Backside-illuminated Sensor (BSI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด 

- จุดพิกเซลมีขนาด 1.22 ไมครอน (ไมโครเมตร) 

- เลนส์ชั้นนอกแบบ Sapphire Crystal 

- โครงสร้างภายในแบบ 5 ชิ้นเลนส์ 

- ฟิลเตอร์แบบ Hybrid IR 

- ไฟแฟลชในตัว (Dual-LED Flash : True Tone) 

- ขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/2.2 

- ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus) พร้อมเทคโนโลยี Focus Pixels 

- ระบบเลือกจุดโฟกัสภาพด้วยการสัมผัส (Touch Focus) 

- ฟังก์ชัน Face Detection ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการโฟกัสไปที่ใบหน้าของผู้ถูกถ่าย 

- ฟังก์ชัน Smile Detection ถ่ายภาพอัตโนมัติเมื่อผู้ถูกถ่ายมีการยิ้ม 

- ระบบป้องกันการสั่นไหวของรูปภาพ (Auto Image Stabilization) 

- ฟังก์ชัน Live Photos 

- โหมดถ่ายภาพแบบ HDR (Auto High Dynamic Range) 

- โหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง (Panorama Mode : ความละเอียดสูงสุด 63 ล้านพิกเซล) 

- โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง (Burst Mode) 

- ตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้า (Timer Mode) 

- กำหนดค่าชดเชยแสง (Exposure Control) 

- ฟังก์ชัน Geotagging รองรับการแนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกไปกับรูปถ่าย 

- โปรแกรมตกแต่งแก้ไขรูปภาพ 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (4K UHD : 2160p : 3840x2160 Pixels : 30 fps) 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels : 120 fps) 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (HD 720p : 1280x720 Pixels : 240 fps) 

- ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง (Continuous Auto Focus) 

- ระบบป้องกันการสั่นไหวสำหรับการถ่ายภาพวิดีโอ (Cinematic Video Stabilization) 

- โหมดถ่ายวิดีโอแบบ Time-Lapse (30 นาที ถึง 30 ชั่วโมง) 

- สามารถถ่ายภาพนิ่ง และวิดีโอได้ในเวลาเดียวกัน (ถ่ายภาพความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K) 

- ซูมวิดีโอแบบดิจิทัลได้ 3 ระดับ (Video Digital Zoom) 

- ฟังก์ชัน Video Geotagging รองรับการแนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกไปกับวิดีโอ

กล้องดิจิทัล FaceTime Camera ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels (2592x1944 Pixels) 

- เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Backside-illuminated Sensor (BSI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด 

- ขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/2.2 

- ฟังก์ชัน Retina Flash สำหรับการใช้ไฟของหน้าจอช่วยให้ความสว่างขณะถ่ายภาพ 

- ฟังก์ชัน Face Detection ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการโฟกัสไปที่ใบหน้าของผู้ถูกถ่าย 

- โหมดถ่ายภาพแบบ HDR (Auto High Dynamic Range) 

- โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง (Burst Mode) 

- ตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้า (Timer Mode) 

- ถ่ายภาพวิดีโอ (HD 720p : 1280x720 Pixels : 30 fps) 

- รองรับการใช้งาน Video Calling (FaceTime) ผ่านทางระบบเครือข่าย และ WiFi

มี 4 สีมาตรฐานให้เลือก (Rose Gold, Silver, Gold และ Space Gray) 

- รองรับการใช้งานร่วมกับเคสแบบ Leather Case และ Silicone Case ของแอปเปิ้ล

เปิดตัวครั้งแรก เมื่อ วันที่ 9 กันยายน ปี ค.ศ. 2015

 

 


 

 

        

 

 

iPhone 6S Plus (ไอโฟน 6S) เปิดตัวแล้ว เครื่องศูนย์ทรู ดีแทค เอไอเอส 

ร้าน Link Mobile มาบุญครอง จำหน่ายสมาร์ทโฟนเครื่องศูนย์ราคาส่ง>อัพเดทรีวิวสเปคมือถือมาใหม่

 

         

 

ในที่สุด Apple ก็ได้ทำการเปิดตัว iPhone 6s ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในรุ่นนี้ เรียกได้ว่าในส่วนของสเปคนั้น มีการเปลี่ยนแปลงอยู่พอสมควร ในขณะที่ดีไซน์ ยังคงเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า โดยในวันนี้ทีมงานเว็บไซต์ Thaimobilecenter ได้ทำการรวบรวมข้อมูลสรุปทั้งในส่วนของสเปค และ ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ให้ได้ชมกัน ลองมาดูกันครับว่า iPhone 6s นั้นจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากน้อยแค่ไหน

 

          


           

 

การเปลี่ยนแปลงทางด้านดีไซน์ของ iPhone 6s Plus

 

           

 

สำหรับในด้านของดีไซน์ นั้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเท่าไหร่นัก แต่ตัวเครื่องจะมีความหนา มากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า (iPhone 6) เล็กน้อย และมีน้ำหนักมากขึ้นจากเดิมพอสมควร โดย ตัวเครื่องมีความหนาอยู่ที่ 7.1 มิลลิเมตร ในขณะที่รุ่นก่อนหน้า มีความหนาเพียง 6.9 มิลลิเมตร เท่านั้น ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 143 กรัม ในขณะที่รุ่นก่อนหน้า มีน้ำหนักอยู่ที่เพียง 129 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ ด้านหลังของตัวเครื่อง ของ iPhone 6s นั้น จะมีการสกรีนตัวอักษร S อยู่ด้านหลังด้วย

 

         

 

        

 

iPhone 6s Plusมาพร้อมกับ สีใหม่ Rose Gold

         

 


จากเดิมที่มีให้เลือกเพียง 3 สี ล่าสุดทาง Apple ก็ได้เพิ่มตัวเลือกใหม่อย่างสีชมพู Rose Gold เข้ามาให้ได้เลือกซื้อเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวเครื่องนั้นก็เรียกได้ว่ามีความสวยงามมากเลยทีเดียว


 

iPhone 6s Plusมาพร้อมกับวัสดุ อะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 และกระจก ion-exchange

          

 

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงของ iPhone 6s นั่นก็คือในเรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ โดยตัวเครื่อง iPhone 6s นั้นผลิตด้วย อะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ที่มีความแข็งแรงมากกว่าเดิมพอสมควร นอกจากนี้ กระจกหน้าจอยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตแบบ ion-exchange ซึ่งส่งผลให้ตัวกระจกเองมีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควรเลยทีเดียว
 

iPhone 6s มาพร้อมกับชิปประมวลผล Apple A9 และ M9 motion coprocessor

 

          

 

สำหรับชิปประมวลผล Apple A9 นั้นเป็นชิปประมวลผลแบบ 64 บิต รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple โดยมีความเร็วของหน่วยประมวลผลมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 70% และ หน่วยประมวลผลกราฟฟิคมีความเร็วมากขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 90% เลยทีเดียว

ส่วน ชิป M9 นั้นก็สามารถประมวลผลการเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ชิป M9 ยังมีส่วนช่วยให้ Siri สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

 

iPhone 6s Plusมาพร้อมกับเทคโนโลยี 3D Touch  

           

 

เรียกได้ว่าเป็นวิธีการควบคุมการใช้งานแบบใหม่ นอกเหนือจากการ แตะ ปัด หรือแม้แต่การ หนีบหรือกางนิ้วที่คุ้นเคย แต่สำหรับ 3D Touch นั้นจะเป็นเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับรับรู้น้ำหนัก ที่คุณกดลงบนหน้าจอ เพื่อการควบคุมที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ ระบบการควบคุมใหม่ ที่เรียกว่า Peek & Pop ที่สามารถตอบสนองการใช้งานตามน้ำหนักที่คุณกดลงบนหน้าจอได้อีกด้วย
 

 

iPhone 6s Plusมาพร้อมกับ Taptic Engine

          

 

สำหรับ Taptic Engine นั้นเป็นการตอบสนอง การกดลงบนหน้าจอโดยการสั่นเบาๆ ตามน้ำหนักที่คุณกดลงไปบนหน้าจอ ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบว่า คุณกำลังกดด้วยน้ำหนักเท่าไหร่ ซึ่งแต่เดิมนั้น Taptic Engine ได้ถูกนำมาใช้งานบน Apple Watch เพื่อตอบสนองการสัมผัสแบบ Force Touch นั่นเอง 

 

สำหรับ iPhone นั้นเรียกได้ว่า จำนวนความละเอียดของกล้องหลัง ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมานานพอสมควร และในที่สุด iPhone 6s นั้นก็มาพร้อมกับกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านพิกเซลเรียบร้อยแล้ว โดยกล้องดิจิตอลด้านหลังของ iPhone 6s นั้นสามารถถ่ายวีดีโอด้วยความละเอียดสูงสุดถึงในระดับ 4K เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายภาพในโหมด Live Photos ที่ช่วยให้รูปภาพนั้นดูมีชีวิตขึ้นมาได้ โดยเมื่อเปิดการใช้งาน Live Photos ตัวเครื่องจะทำการบันทึกเหตุการณ์ก่อนหน้า เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อให้ออกมาเป็น Animation ที่สวยงามเหมือนกับรูปภาพนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งเลยทีเดียว


 

iPhone 6s Plusกับกล้องหน้า 5 ล้าน และ Retina Flash

 

          

 

สำหรับกล้องหน้าของ iPhone 6s Plus นั้นก็มีความละเอียดเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าพอสมควร โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล ในขณะที่รุ่นก่อนหน้ามีความละเอียดอยู่ที่เพียง 1.2 ล้านพิกเซลเท่านั้น


นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Retina Flash ที่พร้อมจะเปลี่ยนหน้าจอ Retina ให้เป็นไฟแฟลช ในโทนที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เมื่อคุณต้องการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าในสภาวะแสงน้อย
 

iPhone 6s Plus กับ 2nd Generation Touch ID

 

          

 

สำหรับ iPhone 6s นั้น จะยังมาพร้อมกับการปรับปรุง ระบบ Touch ID ให้มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย 2nd Generation Touch ID นั้น จะช่วยให้สามารถตรวจจับลายนิ้วมือได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

          

 

และ แน่นอนว่า iPhone 6s นั้นก็จะมาพร้อมกับ ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง iOS 9 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย โดยสามารถเข้าไปชมข้อมูลเกี่ยวกับการสรุปฟีเจอร์เด่นของ iOS 9 ได้ที่นี่

 

iPhone 6s Plus มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ที่น้อยกว่า iPhone 6 plus แต่ประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม

          

 

แม้ว่าในงานเปิดตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา Apple จะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องของความจุแบตเตอรี่ แต่รายละเอียดดังกล่าวไปปรากฏอยู่ในคลิปโฆษณา iPhone 6s ที่มีการระบุความจุ 1715 mAh เมื่อเทียบกับ iPhone 6 ที่ใช้แบตเตอรี่ความจุ 1810 mAh พบว่าแตกต่างกันถึง 95 mAh เลยทีเดียว แต่ทางบริษัทก็ยืนยันว่าแบตเตอรี่ Li-Ion ตัวใหม่นี้เน้นพัฒนาด้านการประหยัดพลังงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ยาวนาน และต่อเนื่องมากขึ้นนั่นเอง

 

ราคา และวันวางจำหน่าย ของ iPhone 6s

          

 

สรุปข้อมูล iPhone 6S Plusมาพร้อมหน้าจอแบบ Force Touch ปรับกล้องใหม่ มาพร้อมกล้องหน้า 5 ล้านและกล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล

          

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ iPhone 6S (ไอโฟน 6S) ที่เรียกได้ว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่คนทั่วโลกรอคอยมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ โดยนอกจากภายในงาน จะเปิดตัว iPhone 6S แล้ว ยังได้เปิดตัว iPhone 6S Plus รุ่นหน้าจอใหญ่อีกรุ่นหนึ่งด้วย โดยไร้เงา iPhone 6C ตามคาด โดยถึงแม้ว่า ดีไซน์ของ iPhone 6S นั้น จะยังคงคล้ายกับ iPhone 6 แต่ได้มีการอัปเกรดในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ กล้องถ่ายรูป ที่เรียกว่า น่าจะถูกอกถูกใจสาวกเลยก็ว่าได้ รวมไปถึง สีใหม่แกะกล่องอย่าง สีชมพู Rose Gold เอาใจสาวๆ โดยเฉพาะอีกด้วย

มาดูกันว่า iPhone 6S นั้น มีฟีเจอร์ใหม่ๆ เด็ดๆ อะไรบ้าง

 

เทคโนโลยี Force Touch และฟีเจอร์ใหม่ 3D Touch
 

หลังจากที่ แอปเปิล ได้เปิดตัวเทคโนโลยี Force Touch บน Apple Watch กันไปแล้ว ล่าสุด เทคโนโลยีดังกล่าว ก็ได้ถูกใช้บน iPhone 6S ด้วยเช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่แกะกล่องอย่าง 3D Touch ที่ช่วยทำให้การใช้งานสนุกมากขึ้นกว่าเดิม

โดย 3D Touch มาพร้อมกับ 2 ฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Peek และ Pop ที่ทำให้สามารถดูคอนเทนต์ได้โดยไม่ต้องเปิดขึ้นมาจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น แอปฯ อีเมล การกดเบาๆ (Peek) เป็นการดูตัวอย่างเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าหากออกแรงกดเพิ่ม (Pop) จะเป็นการเปิดอีเมลนั้นๆ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ กับแอปฯ อื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น Safari, Photo รวมไปถึง Apple Maps อีกด้วย

 
 
อัปเกรดกล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
 
          

            

นับตั้งแต่ iPhone 4S จนถึง iPhone 6 มาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลมาโดยตลอด แต่บน iPhone 6S นั้น ได้เพิ่มความละเอียดของกล้องด้านหลัง แบบ iSight เป็น 12 ล้านพิกเซลแล้ว พร้อมกับปรับเซ็นเซอร์ใหม่,  โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพใหม่ ที่ช่วยทำให้ได้ภาพถ่ายที่สวยขึ้นกว่าเดิมและล่าสุด แอปเปิล ได้เผยตัวอย่างภาพถ่าย จากกล้องทั้งด้านหน้า และด้านหลัง จาก iPhone 6S มาให้ชมกันแล้ว มาดูกันว่า การอัปเกรดในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน

 

           

           

           

 

            

 

             

 

 

กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ใช้หน้าจอเป็นไฟแฟลช!
 
 

                   

 

นอกจากจะปรับปรุงกล้องด้านหน้าแล้ว iPhone 6S ยังปรับกล้องด้านหน้า จากความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล บน iPhone 6 เป็น 5 ล้านพิกเซลแล้ว นอกจากนี้ ยังใช้ประโยชน์จากหน้าจอแบบ Retina HD ให้เป็นไฟแฟลชได้อีกด้วย โดยเวลาที่จะถ่ายภาพเซลฟี่ กล้องจะยิงไฟแฟลชนำไปก่อนเพื่อวัดสภาพแสงรอบๆ จากนั้น ไฟแฟลชแบบ True Tone บนจอภาพก็จะจัดแสงให้พอดีกับสภาพแสงรอบๆ เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง และสีผิวที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

 
รองรับวีดีโอ 4K และ Live Photos ภาพเคลื่อนไหวได้
 
 

                  

 

บน iPhone 6S ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Live Photos ซึ่งปกติแล้ว การถ่ายภาพนิ่งนั้น จะได้ภาพเพียงภาพเดียว แต่ฟีเจอร์ Live Photos จะเก็บภาพแบบเคลื่อนไหวพร้อมเสียง โดยสามารถดูภาพเหล่านี้ได้ ด้วยการกดลงไปที่รูปภาพนั้นๆ อีกทั้งยังสามารถตั้งรูป Live Photos ให้เป็นภาพ Background ได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ ยังรองรับการถ่ายคลิปวีดีโอ ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล หรือระดับ 4K ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งบน iPhone 6S Plusจะมีระบบกันภาพสั่น หรือ OIS ด้วย (ส่วนบน iPhone 6S ไม่มีฟีเจอร์นี้ ชิปเซ็ต Apple A9 แบบ 64-bit เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า 70%

 

iPhone 6S Plusมาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A9 แบบ 64-bit และ Apple M9 หน่วยประมวลผลร่วม ซึ่งปรับปรุงประสิทธิภาพของ CPU ให้เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Apple A8 ถึง 70% และยกระดับประสิทธิภาพกราฟิกให้ดีขึ้นถึง 90% เมื่อเทียบกับ iPhone 6 เรียกได้ว่า สามารถเล่นเกมกราฟิกหนักๆ ได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

ทั้ง iPhone 6S และ iPhone 6S Plus มาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB >> อ่าน

 

ตัวเครื่องไม่งอง่ายแล้ว ด้วยอะลูมิเนียมเกรด 7000

สำหรับบอดี้ของ iPhone 6S นั้น ผลิตจากอะลูมิเนียมเกรด 7000 ซึ่งเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งถือว่า เป็นรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา iPhone ทั้งหมดที่เปิดตัวมา ส่วนดีไซน์ตัวเครื่อง เป็นแบบ Unibody เช่นเดียวกับ iPhone 6 โดย iPhone 6S มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล ส่วน iPhone 6S Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล

เพิ่มสีใหม่ ชมพู Rose Gold
 

                    

 

ร้าน Link Mobile-Mbk ยินดีให้บริการ EMS ด่วนพร้อมจัดส่งสินค้าทั่วประเทศด้วยระบบ พกง. กรณีจัดส่งสินค้าแบบด่วนชำระเงินค่าสินค้าปลายทาง เพียงแจ้ง ชื่อรุ่น สินค้า ที่อยู่ เบอร์โทร หรือ inbox ข้อความ ทาง    www.facebook.com/linkmobile หรือ Official Line [@linkmobilembk]  ในเขตปริมณฑล ลูกค้าสามารถรับสินค้าที่ปณ.ปลายทาง ที่ระบุ ภายใน 1-2 วัน หากอยู่นอกเขตปริมณฑลสามารถรับสินค้าหลัง 2 วัน ไปรษณีย์ทำการ

 

                                                     สามารถ สอบถามข้อมูลได้     

                                                         Tel:  087-013-1664   
                                                       Line id:  linkmobile.th
                                                Official line: @linkmobilembk
                                                  www.thaimobileoutlet.com
                                                   
 
                                     กรณีจัดส่งสินค้าแบบด่วนในกรุงเทพสามารถชำระเงินค่าสินค้าแบบปลายทาง
กรณีลูกค้าสั่งสินค้าจัดส่ง EMS โดยไปรษณีย์ไทย ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าเลือกชำระแบบจ่ายปลายทาง (EMS พกง.) ในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท โดยช่องทางนี้จะทำให้ลูกค้าได้รับ ความสะดวก ไม่เสี่ยงและเพื่อความพึงพอใจสูงสุดกับลูกค้าของทางร้าน ลูกค้าสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 7 วันหากสินค้านั้นมีปัญหาและเงื่อนไขการประกันสินค้าเป็นไปตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในเวบไซด์ที่สินค้าได้ระบุไว้